7 วิธีดีท็อกซ์ผิว กำจัดสิ่งสกปรก หน้าใสปิ๊ง

การดีท็อกซ์ผิวก็เหมือนกับขั้นตอนการดูแลผิวหน้าแบบที่เราคุ้นเคยนั่นแหละ แต่ต่างกันตรงที่ว่าวิธีการนี้จะเป็นการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเป็นตัวช่วยในการขับล้างสารพิษและสิ่งสกปรกตกค้างในผิว รวมไปถึงการบำรุงและเพิ่มเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพผิวทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นมีความแข็งแรง และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียให้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการป้องกันสารพิษตกค้างในอนาคตได้อีกด้วย

 

  1. เริ่มขั้นตอนแรกของการดีท็อกซ์ผิว ด้วยกันทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดเป็นประจำทุกวัน แนะนำให้เลือกคลีนเซอร์หรือพวกโฟมล้างหน้าประเภท detoxifying สุดที่มีการเน้นย้ำเรื่องการทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก สำหรับคนที่ผิวแห้ง และแพ้ง่ายเป็นพิเศษขอแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพียงแค่สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง โดยใช้ควบคู่ไปกับคลีนเซอร์ หรือโฟมล้างหน้าแบบธรรมดาที่ปราศจากสารเคมี ไร้กลิ่นไร้สี และพวกสารอันตรายอย่างซัลเฟต และพาราเบน

 

001

  1. ขั้นตอนที่สองของการดีท็อกซ์ผิวก็คือการสครับผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทั้งนี้เพื่อช่วยกระตุ้นกระบวนการผลัดเซลล์ผิว เพื่อให้สิ่งสกปรกหลุดออกไปพร้อมกับเซลล์ผิวเก่า แต่ขอแนะนำให้เลือกสครับแบบที่เป็นธรรมชาติ และเนื้อสครับมีความละเอียด ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อใบหน้า
  1. ขั้นตอนที่สามคือการมาสก์หน้า อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง มาสก์ที่ได้ผลดีเป็นพิเศษสำหรับการดีท็อกซ์ผิวหน้าก็คือ clay mask หรือมาสก์โคลน เพราะสิ่งนี้จะช่วยเข้าไปดูดซับสิ่งสกปรกส่วนเกินในรูปขุมขนที่ติดอยู่ตามผิวหน้าของเรา และช่วยทำให้ผิวหน้าสะอาดและดูสดใสขึ้น

002

  1. ขั้นตอนที่สี่ก็คือการบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ โดยเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับสารพิษของร่างกาย และยังช่วยฟื้นฟูปกป้องผิวจากมลภาวะ ทั้งฝุ่นและควันพิษในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นการเติมความชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากแสงแดด ทั้งหมดนี้จะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับผิวไม่ให้สิ่งสกปรกมาทำร้ายได้อีกด้วย

003

  1. ขั้นตอนที่ห้า แปรงผิวแบบแห้ง หรือ Dry Brushing วิธีการก็คือการปัดวนเป็นวงกลมเล็กๆจากลำคอขึ้นไปตามกรอบหน้า และจากกึ่งกลางใบหน้าออกไปทางด้านนอก สิ่งนี้มีประโยชน์ในการช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และการทำงานของต่อมน้ำเหลือง ให้สามารถขับของเสียตามธรรมชาติอีกทั้งยังทำให้ผิวดูสดใส วิธีนี้ไม่เพียงเฉพาะใช้กับผิวหน้าเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้กับผิวกายได้ด้วย

004

  1. เข้ารับการทำดีทอกซ์ในสถาบันความงาม สำหรับคนที่คิดว่าตอนนี้หน้าพังไม่ไหวแล้ว และไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำอยู่จะถูกต้องหรือไม่และได้ผลดีเร็วทันใจหรือเปล่า ขอแนะนำให้พึ่งสถาบันความงามที่เชื่อถือได้ ในการดีท็อกซ์ผิว โดยเฉพาะคนที่ต้องแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน และต้องเผชิญกับสภาวะอากาศที่เป็นมลพิษ สถาบันความงามเหล่านี้จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด อีกทั้งมีเครื่องมือที่ทันสมัยสามารถช่วยดูแลและบำรุงผิวได้ตรงจุด
  1. ข้อสุดท้ายในการดีท็อกซ์ผิว ก็คือการดูแลสุขภาพผิวของเราให้ดีจากภายใน ถึงแม้ว่าเราจะบำรุงผิวด้วยโลชั่นราคาแพง หรือเข้ารับการดูแลผิวจากสถาบันมีชื่อเสียงขนาดไหน แต่ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองเลยด้วยการออกกำลังกายและการกินอาหารที่มีประโยชน์ ทั้งหมดนี้ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาก การดูแลสุขภาพร่างกายทั้งการดื่มน้ำมากๆ จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญและขับของเสียออกมาตามธรรมชาติ การเลือกรับประทานผลไม้และผักใบเขียว จะทำให้ระบบขับถ่ายของเราเป็นไปอย่างปกติ ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ในลำไส้ สิ่งนี้จะช่วยทำให้หน้าของเราใสไร้สิว ลดอาการแพ้และคัน ชะลอริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวใสดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดี

สาวคนไหนอยากสวย มีหน้าใสปิ๊ง ดูดี ไม่แก่ก่อนวัย ต้องลองดีท็อกซ์ผิว ด้วยวิธีด้านบนนี้ดูนะ อย่าลืมว่าเรื่องแบบนี้มีแค่ตัวเราเองเท่านั้นที่ทำได้ ถ้ารู้จักใส่ใจ ดูแลตัวเองให้ดี ถึงจะบอกว่าไม่ได้เกิดมาสวยแต่ถ้าใส่ใจกับตัวเองหน่อยรับรองว่าออร่ามาแน่จ้า