ประวัติ Hermes เส้นทางความสำเร็จ จากอานม้าสู่กระเป๋าหรู

Hermes หรือ แอร์เมส กระเป๋าแบรนด์หรูที่คนไทยหลาย ๆ คนอาจเพิ่งมาฮือฮากับผลงานดีไซน์นี้กันเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา สำหรับเซเลปที่นิยมหิ้วกระเป๋าแบรนด์ดัง Hermes ที่ใครต่อใครคุ้นตาที่สุดก็คงไม่พ้น คุณเอ ศุภชัย ผู้จัดการดาราดังของ อั๊ม พัชราภา และ ณเดช ขวัญใจมหาชน คนดังคนถัดมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นซุปตาร์ตัวแม่ เจ้าของความสวยอมตะผู้ที่กาลเวลาไม่สามารถทำอะไรเธอได้ อย่าง อั๊ม พัชราภา และสุดท้ายคุณหมอของขวัญ เจ้าของคลีนิคความงามผู้ที่ออกปากว่าเป็นคนที่สะสมกระเป๋า Hermes มากที่สุดในประเทศไทยค่ะ ซึ่งเสน่ห์ของแบรนด์ Hermes อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สินค้ารู้สึกภูมิใจก็คือ แม้ว่าคุณจะมีเงินและร่ำรวยมากขนาดไหน ก็อาจจะไม่ได้ครอบครองกระเป๋าแบรนด์นี้นะคะ เพราะลูกค้าที่จะซื้อไปถือได้ต้องผ่านการดูบุคลิกให้เข้ากับแบรนด์ก่อนด้วยค่ะ ไม่ธรรมดาจริงๆ การวาง Positioning ของแบรนด์หรูแบรนด์นี้

ความเป็นมาของแบรนด์ดัง Hermes นั้นเริ่มต้นมาจากธุรกิจภายในครอบครัวเมื่อกว่า 170 ปีที่แล้ว โดยถ่ายทอดงานฝีมือเครื่องหนังจากบรรพบุรุษและส่งต่อมาจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นถัด ๆ ไป อย่างที่บอกว่างานของ Hermes เป็นงานฝีมือเขาจึงมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องขายให้ได้ปริมาณมากมายขนาดไหน หรือ ยอดขายต้องสูงขึ้นเท่าไรค่ะ จึงไม่แปลกที่จนถึงปัจจุบันนี้ หากใครต้องการจะสอยกระเป๋า Hermes มาถือสักใบก็อาจจะต้องลงชื่อไว้ใน Waiting List สักก่อนนะคะ ด้วยความที่ไม่เน้นเรื่องการตลาดและไม่สนใจผลิตเพื่อทำกำไรหรือเร่งยอดขาย ทำให้ยอดขายกระเป๋าของ Hermes น้อยกว่ายอดขายของแบรนด์หรูคู่แข่งอย่าง Louis Vuitton ห่างกันมากถึง 4 เท่า อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะทิ้งห่างกันในเรื่องจำนวนหน่วยยอดขาย แต่ในเรื่องของรายได้ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงนะคะ เพราะว่าราคาต่อชิ้นของ Hermes จัดว่าสูงมาก ๆ ค่ะ ย้อนกลับมาที่จุดก่อตั้งของแบรนด์ Hermes เริ่มต้นที่ Thierry Hermes เทียรี่ แอร์เมส เปิดกิจการผลิตอานม้าบนถนน Basse du Remparts ขึ้นในกรุงปารีส ก่อนที่ร้านของ Louis Vuitton จะเปิดกิจการขึ้นในอีก 17 ปีต่อมาค่ะ ในช่วงแรก ๆ ครอบครัว Hermes เป็นที่รู้จักกันดีเพราะเป็นคนชั้นสูงและรักเรื่องงานผลิตอานม้ามาก จนได้รับมอบหมายให้ทำอานม้าให้พระเจ้านโปเลียนที่ 3 ใช้ จนกระทั่งปีค.ศ. 1867 Hermes ได้เข้าร่วมงานเอ็กซ์โปสมัยนั้น โดยการนำรองเท้าแตะแบบหนังไปแสดงจนได้รับรางวัลเหรียญเงินจากงานแสดงครั้งนั้น และเป็นก้าวสำคัญทำให้มูลค่าสินค้าของ Hermes ขยับขึ้นทันทีค่ะ ต่อมาในปีค.ศ. 1879 ชาร์ลอต เอมิล แอร์เมส ทายาทรุ่นที่ 2 ได้เปลี่ยนทำเลร้านใหม่ โดยย้ายมาตั้งอยู่ที่ถนน Rue du Faubourg Saint-Honore ซึ่งก็คือที่ตั้งร้านในปัจจุบันนี้ด้วย แต่สมัยก่อนนั้น ถนนเส้นนี้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่าขุนนางชั้นสูง การตัดสินใจย้ายร้านเปลี่ยนทำเลมาตรงนี้ของ ชาร์ลส์ แอร์เมส จึงเป็นหมากกลยุทธ์ที่สำคัญเพราะทำให้แบรนด์ Hermes เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในสมัยนั้นได้ง่ายขึ้น และสามารถสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ได้ใกล้ชิดขึ้นอีกด้วยค่ะ ภายในร้านของ Hermes แห่งนี้ นอกจากจะมีสินค้าตัวหลักอย่างอานม้า, เครื่องม้า, กระเป๋าใบใหญ่ ๆ สำหรับการเดินทางด้วยรถม้าแล้ว ก็ยังมีสินค้าใหม่อย่างรองเท้าแตะไว้ขายเสริมด้วย ร้านนี้จึงเป็นทั้งสถานที่ผลิต, ขายส่งและขายปลีก ซึ่งงานหลักแบบเดิมอย่างอานม้าก็ยังคงมีการผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องอยู่ โดยอานม้าของ Hermes ยังสามารถคว้ารางวัลเหรียญเงินในงานเอ็กซ์โปได้อีกเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ชื่อเสียงแบรนด์ Hermes เป็นทีรู้จักในวงกว้างขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ

ผลิตภัณฑ์ของ Hermes ขึ้นชื่อเรื่องของงานฝีมือที่มีความละเอียดตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกวัสดุหนังคุณภาพดี ๆ มาใช้เท่านั้น และขั้นตอนการเย็บก็เป็นแบบ 2 เข็ม เนื้องานจึงมีความแน่นคงทน ในปัจจุบันนี้ได้มีการนำเทคนิคการเย็บเฉพาะตัวของ Hermes นี้ไปประยุกต์ใช้กับสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ภายใต้แบรนด์เดิมเพิ่มด้วยค่ะ อีกทั้งยังได้มีการนำเครื่องหนังประเภทอื่น ๆ มาใช้สร้างความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นหนังนกกระจอกเทศที่ต้องได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มอย่างดี หรือ หนังจระเข้เกรดเอทีต้องไม่มีรอยขีดข่วนเลยเพราะผ่านการเลี้ยงดูในบ่อหินอ่อน ส่วนเทคนิคการเย็บเครื่องหนังของ Hermes นั้น ช่างฝีมือทุกคนจำเป็นต้องฝึกฝนในโรงงานแอร์เมสที่ประเทศฝรั่งเศสไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนถึงจะได้รับอนุญาตให้มาผลิตกระเป๋าให้ลูกค้าได้ ทำให้เวลาที่ใช้ในการเย็บกระเป๋าแต่ละใบมากถึงประมาณ 16 – 20 ชั่วโมง และช่างแต่ละคนจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมกระเป๋าตลอดอายุการใช้งานด้วยค่ะ

1956-Original-Kelly-Bag

ชื่อเสียงและความชื่นชอบในกระเป๋าแบรนด์ Hermes สร้างกระแสโด่งดังขึ้นมาอีกครั้งในปีค.ศ. 1935 ซึ่งเป็นปีที่กระเป๋ารุ่น Haut a Courroies ที่ชื่อ Sac Haut a depeches ออกสู่ตลาดแต่กลับเป็นที่พูดถึงกันมากที่สุด ก็เมื่อปี 1956 ขณะที่เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก หรือ อดีตนักแสดงชื่อ เกรซ เคลลี่ ใช้กระเป๋า Hermes รุ่นนี้ยกขึ้นปิดบังที่พระครรภ์ขณะที่ช่างภาพกดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพกันไว้ ภายหลังจากที่นิตยสาร People นำภาพนี้ไปตีพิมพ์ก็ทำให้ผู้คนพากันเรียกกระเป๋ารุ่นนี้ว่า รุ่น Kelly ค่ะ

https://moneyhub.in.th