รองเท้าแปลกๆ ที่มีอยู่จริง ในประวัติศาสตร์โลก

คนเรามีรองเท้าใส่มาตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว และวิวัฒนาการความเปลี่ยนแปลงของรูปทรงรองเท้า รวมไปถึงวัสดุที่ใช้ ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละสถานที่ และประโยชน์ในการใช้สอย รองเท้าบางคู่ก็ประสบความสำเร็จ แต่บางคู่ก็มีรูปทรงแปลกประหลาด ใส่ก็ไม่สบายแถมยังดูไม่สวยอีกต่างหาก และนี่ก็คือ 10 รองเท้าหน้าตาแปลกประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์โลกจากเว็บไซต์ listverse.com

 

อันดับ 10 – โอโคโบะ จากญี่ปุ่น ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 – ปัจจุบัน

listverse.com

เป็นรองเท้าที่มีประวัติมานานตั้งแต่ปี 1970 เป็นรองเท้าที่ไมโกะ ซึ่งเป็นเกอิชาฝึกหัดสวมใส่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใส่เพราะความสวยงาม และเป็นแฟชั่นในยุคนั้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังมีความสูงพอ ที่จะป้องกันไม่ให้ชายเสื้อกิโมโนเปื้อนดินเปื้อนโคลน เมื่อสวมใส่ออกไปข้างนอก พื้นรองเท้าด้านบนที่บากเข้าลึกก็บังคับให้ต้องเดินก้าวสั้น ๆกันไม่ให้โคลนหรือน้ำดีดขึ้นมาโดนกิโมโนด้วยตัวรองเท้าโอโคะโบะนั้นทำด้วยไม้ชิ้นเดียวกันทั้งหมดและเจาะส่วนกลางด้านในของตัวส้นรองเท้าให้กลวง ทำให้เกิดเสียงกังวาลเฉพาะตัวยามเดินความสูงของโอโคโบะส่วนใหญ่แล้วจะมีความสูงที่ประมาณ 5.5 นิ้ว หรือ 14 เซนติเมตร และเป็นรูปทรงตัว V ตรงส่วหัวของรองเท้านอกจากนี้สายรองเท้าที่คาดด้านบนยังบอกถึงระดับของไมโกะแต่ละคนด้วยโดยไมโกะหน้าใหม่จะสวมโอโคะโบะที่มีสายสีแดงแต่หากเป็นไมโกะที่ฝึกฝนวิชาจนใกล้จะได้ขึ้นเป็นเกอิชาเต็มตัว ก็จะใส่โอโคะโบะที่มีสายคาดเป็นสีเหลือง

 

อันดับ 9 – รองเท้าส้นสูงผู้ชาย จากยุโรป ในช่วงปี 1700

003

แฟชั่นที่สำคัญของชายหนุ่มในช่วงยุค 1700 ก็คือกางเกงขาพอง ถุงน่อง และรองเท้าหลังจากที่คุณผู้ชายจึงอยากจะมีเรียวขาที่ดูเรียวยาวสมส่วนดีรวมทั้งอยากให้ตัวสูงขึ้นดูสง่างามตา รองเท้าชายส้นสูงจึงถือกำเนิดขึ้นมาและมันก็ฮิตไปทั่วทั้งอาณาจักรเมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 4 ซึ่งมีรูปร่างสันทัดหันมาใส่รองเท้ามีส้นเพื่อเพิ่มความสูงเพื่อความน่าเกรงขาม และสร้างบารมีแก่ตนในเมื่อพระเจ้าแผ่นดินใส่ ใครๆ ก็เลยใส่ตามเป็นแฟชั่นและเป็นที่นิยมมากในยุคนั้นเลยทีเดียวแถมยังมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยริบบิ้น หัวเข็มขัดหรือแม้แต่ลายปักรูปกุหลาบด้วย

 

อันดับ 8 – กับกับส์ (Kabkabs) จากเลบานอน ในช่วงศตวรรษที่ 14-17

004

รองเท้าไม้ประดับแผ่นโลหะเงินนี้มาจากประเทศเลบานอน รู้จักกันในชื่อกับกับส์ หรือ นาลินส์ผู้หญิงตะวันออกกลางนิยมใส่เพื่อดีดตัวเองให้สูงจะได้พ้นความสกปรกจากฝุ่นดินและพื้นที่เฉอะแฉะไปด้วยโคลนรวมทั้งใส่ในโรงอาบน้ำที่พื้นทั้งร้อนและเปียกสายด้านบนของกับกับส์ทำจากหนัง ผ้าไหม หรือกำมะหยี่ส่วนพื้นรองเท้าบ้างประดับด้วยเงิน ทอง หรือดีบุกผสมและหากเป็นกับกับส์ของคนรวยก็จะฝังมุกเม็ดโตลงไปด้วยในโอกาสพิเศษอย่างงานแต่งงานกับกับส์ที่ทำจากไม้จะยิ่งถูกประดับให้วิจิตรงดงามมากขึ้นและในกรณีที่เจ้าสาวยังเป็นเด็กกับกับส์ที่ใช้ก็จะมีความสูงมากขึ้นเพื่อให้เจ้าสาวดูตัวใหญ่ขึ้นด้วยแม้จะเป็นรองเท้าสำหรับผู้หญิง แต่ผู้ชายก็สวมใส่มันอยู่บ้างโดยจะลดทอนการประดับประดาลง ส่วนชื่อกับกับส์”ทีเรียกมันนั้น เลียนมากจากเสียงยามที่ส้นรองเท้ากระทบกับพื้นหินอ่อนเวลาเดินนั่นเอง

 

อันดับ 7 – รองเท้าสาน จากฟินแลนด์ ช่วงยุคกลางศตวรรษที่ 20

005

ผู้หญิงในช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 ใส่รองเท้าชนิดนี้กันแทบทุกวันโดยนำผ้ามาห่อพันเท้าก่อนที่จะสวมเข้าไปในรองเท้าซึ่งสานจากเปลือกไม้อีกทีทั้งยังมีบ่อยครั้งที่รองเท้าสานนี้ถูกนำมาสวมใส่เพื่อป้องกันไม่ให้รองเท้าราคาแพงที่สวมอยู่ด้านในเลอะเปรอะดินโคลนจากการลุยฝนหรือหิมะมันมีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้นราว 1 สัปดาห์เท่านั้นไม้ที่นิยมนำมาทำรองเท้าสานนี้มากที่สุดคือไม้เบิร์ชตามมาด้วยเปลือกไม้จากต้นลินเดนและต้นเลมอน นอกจากในฟินแลนด์แล้วประเทศรัสเซีย นอร์เวย์ และสวีเดนก็มีรองเท้าสานจากเปลือกไม้เป็นของตัวเองด้วย

 

อันดับ 6 – ชอพินส์ (Chopines) หรือรองเท้ายกพื้นจากอิตาลีช่วงปี 1580-1620

006

ในปัจจุบันรองเท้าชนิดนี้หาดูได้ยากมากๆ แล้ว การหาดูรองเท้าชอพินส์แบบโบราณแท้ๆอาจต้องไปหาดูในพิพิธภัณฑ์ รองเท้าชนิดนี้มีต้นกำเนิดในยุคเรเนสซองส์และเป็นที่นิยมสำหรับหญิงสาวในยุคศตวรรษที่ 17 จุดประสงค์ของรองเท้าที่ยกพื้นขึ้นมากกว่า 5 นิ้วคือการทำให้ผู้สวมใส่ดูสูงโดดเด่นเป็นสง่าเหมือนกับโอโคโบะของญี่ปุ่น แต่ก็จำเป็นให้ต้องมีผู้ช่วยคอยประคองขณะเดินเพื่อไม่ให้ล้มลงนอกจากนี้มันยังถูกประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงละเมียดละไมเป็นที่สุด และมีราคาแพงมากๆตัวรองเท้ามักทำจากไม้ แล้วหุ้มด้วยผ้าไหมหรือกำมะหยี่ตกแต่งด้วยแผ่นเงินฉลุลาย ห้อยพู่ประดับสวยงามแต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครได้ยลความงามของรองเท้าชอพินส์เท่าไรนักแม้แต่ในรูปภาพในช่วงยุคนั้น เนื่องจากมันถูกปิดคลุมด้วยชุดยาวที่คลุมลงมาถึงข้อเท้านั่นเอง

 

อันดับ 5 – รองเท้าไม่มีส้น

007

รองเท้าชนิดนี้หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ไม่ใช่ว่าเพราะมีคนสวมใส่กันให้เห็นบ่อยๆ แต่เพราะมันเป็นข่าวดังอยู่ช่วงหนึ่ง เนื่องจากความแปลก แหวกแนวของดีไซน์ รองเท้าไร้ส้นแบบนี้เปิดตัวให้ชาวโลกเห็นเป็นครั้งแรกจากงานเดินแบบของ Antonio Berardi เมื่อปี 2007 และที่โด่งดังมากขึ้นไปอีก ก็เพราะวิคตอเรีย เบคแฮม ใส่รองเท้าหน้าตาแปลกประหลาดนี้ออกสู่สายตาประชาชน ในช่วงปี 2008 ถึงแม้คนภายนอกจะมองว่ารองเท้าที่มีรูปทรงแปลกประหลาดนี้ จะต้องสร้างความเจ็บปวดให้กับผู้สวมใส่อย่างมากแน่ๆ แต่สาวๆ ที่เคยใส่รองเท้าแบบนี้มาแล้วกลับบอกว่ามันใส่สบาย เหมือนกับการใส่รองเท้าธรรมดา ดีไซน์เนอร์ดังได้กล่าวว่ารองเท้าแบบนี้ ได้รับการออกแบบให้มีความสมดุลกันเป็นอย่างดี และจะไม่สร้างความเจ็บปวดให้กับเท้า แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพ ยังออกมาเตือนว่าการใส่รองเท้าแปลกๆ แบบนี้อาจสร้างความเจ็บปวดให้กับหัวเข่า และกระดูกสันหลังได้

 

อันดับ 4 – พาดูกัส รองเท้าแตะของชาวอินเดีย ระหว่างช่วงปี 1700

008

พาดูกัส นับว่าเป็นรองเท้าที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดของชาวอินเดียเลยก็ว่าได้ อย่างที่เห็นจากในภาพ พาดูกัสมีแค่ส่วนของพื้นรองเท้า และตุ่มที่โผล่พ้นขึ้นมา เพื่อให้ใช้นิ้วหัวแม่เท้าหนีบไว้ ถึงแม้ว่าจะดูไม่ได้แปลกประหลาดอะไรมาก แต่ก็มีพาดูกัสอีกหนึ่งอย่าง ที่ออกแบบมาให้มีหนามแหลม สำหรับคนที่มีรสนิยมทรมานตัวเอง หรือว่าพวกมาโซคิสม์ ผู้ที่เป็นมาโซคิสม์บางรายรู้สึกชื่นชอบความรู้สึกการโดนทิ่มแทงจากหนามแหลมคมเพราะหลังจากที่ร่างกายของพวกเขา ถูกทรมานจากปลายหนามราว 20-40 นาทีร่างกายก็จะสั่งให้หลั่งสารเคมีระงับความเจ็บปวดชนิดหนึ่งออกมาซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดความรู้สึกชา เคลิ้ม และเหมือนตกอยู่ในภวังค์บางคนยังเปรียบเทียบว่าเป็นความรู้สึกเหมือนไปถึงจุดสุดยอดเลยทีเดียวถึงจะเป็นรองเท้าที่ดูสุดโต่งขนาดนี้ แต่รองเท้าพาดูกัสที่มีหนามแหลมคมกลับถูกสวมใส่โดยนักบวชชาวฮินดูหรือผู้บำเพ็ญเพียรทรมานร่างกายตนเอง

 

อันดับ 3 – รองเท้าเจ้าสาวหัวแหลม จากฝรั่งเศส ช่วงยุคปลายศตวรรษที่ 19

009

รองเท้าเจ้าสาวสุดแปลกที่ทำมาจากไม้คู่นี้ มีแหล่งต้นกำเนิดมาจากแถบหุบเขา Bethmale ทางตอนใต้ของเมือง Saint Girons ในเขต Ariege ประเทศฝรั่งเศสย้อนกลับไปเมื่อสมัยศตวรรษที่ 9 ชาวบ้านเมืองนี้ต่อสู้ชนะกลุ่มแขกมัวร์ผู้มาลักเอาตัวผู้หญิงในหมู่บ้านไปและเพื่อเป็นการฉลองชัยชนะพวกเขาจึงได้ควักหัวใจของศัตรูออกมาปักที่ปลายแหลมของยอดรองเท้า ที่ทำจากไม้วอลนัทสำหรับรองเท้าหนึ่งข้างที่ได้เห็นกันอยู่นี้ จะทำมาจากไม้วอลนัทชิ้นเดียวกันทั้งหมดภายหลังจึงมีการดัดต้นวอลนัท ให้ดูโค้งงอตามที่ต้องการ เพื่อการสวมใส่และสามารถทำรองเท้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ผู้ชายก็จะนำรองเท้าคู่นี้ไปมอบให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักโดยมีความเชื่อว่ายิ่งปลายยอดของรองเท้าแหลมมากเท่าไรก็แสดงถึงความรักที่ชายผู้นั้นมอบให้มากเท่านั้น

 

อันดับ 2 – บัลเลต์บูท ช่วงปี 80 ถึงปัจจุบัน

010

เป็นอีกหนึ่งรองเท้าหน้าตาประหลาด ที่ยังหาชมได้อยู่ในยุคปัจจุบันนี้ รองเท้าบัลเลต์บูทเป็นรองเท้าที่ผสมผสานการออกแบบของรองเท้าบัลเลต์และรองเท้าส้นสูง ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในญี่ปุ่น เดิมทีแฟชั่นนี้จำกัดอยู่ในกลุ่มแคบ ๆ ของคนที่หลงใหลรองเท้าหน้าตาประหลาดและเป็นที่กล่าวถึงในช่วงปี 80 เมื่อใส่แล้วปลายเท้าจะเหยียดตรงแน่วราวกับกำลังเต้นระบำบัลเลต์อยู่อย่างไรก็ดีมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการสวมใส่เป็นเวลานาน ๆเป็นแค่รองเท้าเอาไว้ใส่เก๋ ๆ ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง คนที่อยากจะได้รองเท้าแบบนี้ไปไว้ในครอบครอง สามารถหาซื้อได้ทั่วโลกผ่านทางร้านค้าออนไลน์ ที่ขายรองเท้าเฉพาะกลุ่ม

 

อันดับ 1 – รองเท้ากลีบบัว จากจีน ช่วงศตวรรษที่ 10 – ปี2009

011

รองเท้ากลีบบัวมีต้นกำเนิดจากประเทศจีนในช่วงยุคศตวรรษที่ 10 จวบจนถึงราวปี 2009 นี้หลายคนน่าจะเคยเห็น หรือได้ยินเรื่องราวของรองเท้าแบบนี้กันมาบ้าง ตามละครย้อนยุคของประเทศจีน เพราะรองเท้าที่ดูเล็กมากๆ เมื่อเทียบกับเท้าของคนปกติ มันสอดคล้องกับวัฒนธรรมการรัดเท้าของชาวจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นที่เชื่อว่าเท้าที่รัดเท้าให้เล็กเป็นรูปดอกบัวจะบ่งบอกถึงอนาคตที่ดีของลูกสาวอย่างเช่น การได้แต่งงานออกเรือนไปกับชายที่มีฐานะดี

ส่วนโรงงานผลิตรองเท้ากลีบบัวแห่งสุดท้ายในจีน คือโรงงานรองเท้าจื้อเฉียงที่เปิดโรงงานในปี 1991 ผลิตรองเท้ากลีบบัวเพื่อขายให้กับหญิงที่เคยได้รับการรัดเท้ามาตั้งแต่เด็กๆและเติบโตมาพร้อมเท้ากลีบบัวแต่แล้วเมื่อเวลาผ่านเลยไป แฟชั่นการรัดเท้าก็เปลี่ยนแปลงจนไม่เหลือคนใส่ ทำให้บริษัทได้สั่งยกเลิกไลน์การผลิตรองเท้ากลีบบัวไปเมื่อปี 2009 อย่างไรก็ดีที่นี่ยังคงรับผลิตรองเท้ากลีบบัวตามออร์เดอร์พิเศษ ที่สั่งเข้ามาอยู่


แถมให้อีกสำหรับรองเท้าแปลกๆ จาก ดีไซน์เนอร์ดัง Alexander McQueen ที่ปล่อยออกมาช่วงปี 2010 ได้รับการกล่าวขานถึงความแปลก เพราะดาราดังๆ หลายคนสวมใส่ โดยเฉพาะ เลดี้ กาก้า ที่ไม่กลัวคำครหานินทา ถึงความแปลกแหวกแนวใดๆ

012


รวมภาพรองเท้าแปลกๆ ที่มีอยู่จริงบนโลก

ขอบคุณรูปภาพจาก: funniest-place.com, elitedaily.com, kellihurlburt.wordpress.com, tumblr.com, yearwithoutrain.wordpress.com, shoecurator.com, bubblepetit.wordpress.com, heckuvaheel.com, beautyminded.wordpress.com