พาไปดูผลไม้ไฮโซสุดแพง ราคาหลักแสน แต่คนก็ยังแย่งกันซื้อ

คนที่บอกว่าอาชีพเกษตกรต้องลำบาก ทำงานเหนื่อยแต่ก็ไม่รวยซักที พอมาอ่านเจอข่าวนี้คงต้องคิดใหม่ซะแล้ว เพราะในโลกนี้มีผลไม้ราคาแพง ที่ต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นถึงซื้อได้อยู่ด้วย จะราคาเท่าไหร่ รับรองว่าอ่านแล้วต้องตะลึง

  • มะม่วงราคาลูกละ 95,578 บาท
  • องุ่นราคาพวงละ 175,600 บาท
  • แตงโมราคาลูกละเกือบ 200,000 บาท
  • สับปะรดราคาลูกละกว่า 500,000 บาท

 

อยากถามว่ามีใครกล้าซื้อบ้างมั้ย แล้วก็อย่าเพิ่งคิดว่านี่เป็นราคาที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ เพราะมันเป็นเรื่องจริง และมีคนซื้อจริงๆ ในโลก แล้วก็ไม่ใช่ว่านานๆ ทีจะมีคนซื้อด้วยนะ เพราะหลังจากที่วางขาย ก็มีคนแย่งกันซื้อ หรือไม่ก็ต้องตั้งราคาประมูลกันเลยทีเดียว ผลไม้ที่แพงสุดๆ ที่ว่านี้ 4 ชนิดแรกเป็นของญี่ปุ่น และชนิดสุดท้ายซึ่งก็คือสับปะรดนั้น เป็นของประเทศอังกฤษ ด้วยความที่ชาวญี่ปุ่นชอบซื้อผลไม้แพงๆ เป็นของขวัญให้แก่กัน อีกทั้งของที่ขายในญี่ปุ่น ก็มีราคาแพงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และถ้าได้เป็นเจ้าของผลไม้เกรดพรีเมี่ยม ได้ลองกินของที่คนอื่นยังไม่เคยได้กิน ก็จะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ

 

มาเจาะลึกถึงเรื่องราว และความพิเศษของผลไม้ไฮโซ เหล่านี้กันดีกว่า ว่าทำไมมันถึงได้แพงกันขนาดนี้

 

เริ่มจากผลไม้ชนิดแรกกับ องุ่นทับทิมโรมัน ซึ่งมีสเปกว่าองุ่นแต่ละเม็ดจะต้องมีสีแดงเข้ม มีน้ำหนักอย่างน้อย 20 กรัมและจะต้องมีปริมาณน้ำตาลมากกว่า 18%และที่สำคัญที่สุด องุ่นทับทิมโรมันนี้ปลูกได้เฉพาะในจังหวัดอิชิกาวะเท่านั้น และที่ทำให้มันดูพิเศษมากๆ ก็คือแต่ละปี องุ่นทับทิมโรมันก็ออกผลไม่มากทำให้มันกลายเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยมสุดหรูของจังหวัดอิชิกาวะไปโดยปริยาย

จากข้อมูลของสำนักข่าวAsiaOne ได้กล่าเอาไว้ว่า องุ่นทับทิมโรมันได้ออกสู่ท้องตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2551 โดยกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดอิชิกาวะ เพื่อนำมาเปิดตัวและวางจำหน่ายในจังหวัดอิชิกาวะเมื่อปี พ.ศ. 2551 ซึ่งในปีนั้นเองก็มีผู้จัดการโรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นผู้ประมูลซื้อผลไม้ชนิดนี้ไปด้วยราคาสูงลิ่ว ถึงราคาพวงละ 29,393 บาทและยังไม่หมดเท่านั้น เมื่อต่อมาในปี พ.ศ. 2554 เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก็ได้แข่งประมูลเพื่อซื้อองุ่นทับทิมโรมันนี้ไปอีก ถึงราคาพวงละ 206,720 บาทเลยทีเดียว

ส่วนในปีนี้ องุ่นทับทิมโรมันที่ขึ้นชื่อพวงแรกก็มีผู้ซื้อไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนๆ นั้นก็คือเจ้าของห้องจัดงานเลี้ยงพิธีแต่งงาน ในจังหวัดอิชิกาวะ โดยเขาได้ประมูลผลไม้ชนิดนี้ไปด้วยราคาพวงละ 175,600 บาท จากองุ่นทั้งหมดจำนวน 16,000 พวงที่มีวางขายในปีนี้ความพิเศษขององุ่นทับทิมโรมัน พวงที่เจ้าของห้องจัดงานเลี้ยงแต่งงานได้ไปครอบครองนั้น ในข่าวบรรยายว่า มีน้ำหนักรวมถึง 800 กรัมและองุ่นแต่ละเม็ดยังมีความกว้างของเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตรถ้าคิดโดยเฉลี่ยแล้ว แต่ละเม็ดก็มีราคาประมาณ 5,814 บาทเลยล่ะ!!!


 

ผลไม้ชนิดที่ 2 ได้แก่ Egg Of The Sun หรือว่า มะม่วงญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความแพงมาแต่ไหนแต่ไร สีของมะม่วงชนิดนี้สมชื่อจริงๆ เพราะมันมีสีแดงอมส้ม เหมือนดวงอาทิตย์ ซึ่งแม้ว่าลูกจะไม่ใหญ่โตเท่าไหร่ แต่ก็มีเนื้อหวานมาก เนื่องจากมีน้ำตาลสูง เมื่อเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา มะม่วง Egg Of The Sun จำนวนแค่ 2 ลูกสามารถขายได้ถึงราคา 3 แสนเยน หรือตีเป็นเงินไทยเกือบ 1 แสนบาทเลยทีเดียว มะม่วงชนิดนี้ได้ผ่านการรับรองมาแล้ว ว่าเป็นมะม่วงที่มีคุณภาพดี ทั้งเรื่องของขนาดและความหวานของมัน เกษตรกรท้องถื่นในจังหวัดมิยาซากิ ได้จัดการประมูลขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ผลไม้ชนิดนี้ รวมไปถึงเป็นการโปรโมทจังหวัดมิยาซากิไปในตัวด้วย


 

007

ต่อกันที่ แตงโมเปลือกดำ หรือ Japanese Black Watermelon ที่เป็นสินค้าของเมืองโทมะ ในฮอกไกโด ความพิเศษของมันก็คือภายใน 1 ปี เก็บเกี่ยวได้เพียงปีละ 10,000 ลูกเท่านั้น และบางลูกมีน้ำหนักมากถึง 11 กิโลกรัมแตงโมเปลือกดำนี้ เป็นแตงโมที่มีรสชาติหวานกรอบ วัดจากสถิติราคาที่เคยทำไว้สูงสุด ก็เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2551 ที่ขายได้ราคาสูงถึง 630,000 เยน หรือราว 193,000 บาท แต่อย่าคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นราคาที่ตั้งขึ้นมามั่วๆ เพราะแตงโมสุดแพงที่เป็นผลผลิตจากฮอกไกโดอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งก็คือ แตงโมเดนสุเกะ ก็มีราคาใกล้ๆ กัน และยังได้นำขึ้นประมูลมาแล้วอีกด้วย


 

เมล่อนยูบาริ ชื่อก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าเป็นของเมือง ยูบาริ ของฮอกไกโด เป็นผลไม้ที่ชาวญี่ปุ่นจะนำมามอบให้เป็นของขวัญเจ้านาย หรือคนในที่ทำงาน ขึ้นชื่อในเรื่องความหวานฉ่ำของเนื้อเมล่อน และความสวยงามของตัวมันเอง ความพรีเมี่ยมของมันอยู่ที่ปริมาณการเก็บเกี่ยวที่จำกัดในแต่ละปี คนที่อยากจะลองชิมความหอมหวานของเจ้า เมล่อนยูบาริ สามารถหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เพราะมันจะวางขายในราคาที่ย่อมเยาว์ลงมา เหลือเพียงแค่ ลูกละหลัก 1,000 -2,000 บาทได้ คนที่อยากจะลิ้มลองของแพงก็ไปหาซื้อได้ แต่ที่ว่าแพงมากๆ นั้นคือราคาที่เขานำขึ้นไปประมูลกันนะจ๊ะ


 

สุดท้ายก็เป็นคิวของ ผลไม้ที่แพงที่สุด ซึ่งก็คือ สับปะรด จาก Lost gardens of Heligan เมือง Cronwall ประเทศอังกฤษ ที่ดูภายนอก ก็ดูไม่ต่างจากสับปะรดทั่วไปแต่สิ่งที่ทำให้สับปะรดที่นี่ พิเศษกว่าสับปะรดอื่นๆ ก็คือ วิธีการปลูก ที่เรียกได้ว่าต้องประคบประหงมกันสุดๆตั้งแต่การจำลองสภาพอากาศเพื่อให้เหมาะกับการเติบโตของสับปะรดพันธุ์นี้ และยังต้องใช้กรรมวิธีการปลูกที่ย้อนยุคไปในสมัยวิกตอเรียเจ้าของสวนต้องปลูกสับปะรดในเรือนกระจก ใช้ปุ๋ยขี้ม้า และฟางข้าวแถมใช่ว่าจะปลูกกันได้ง่ายๆ เพราะกว่าสับปะรดจะโตให้กินได้ ต้องใช้เวลาปลูกกว่า 2 ปีจึงจะออกผล โดยทั่วไป มีราคาเฉลี่ยอยู่ผลละกว่า 500,000 บาท ทำให้ได้รับตำแหน่งผลไม้ที่แพงที่สุดในโลกไปครองอย่างง่ายดาย


ขอบคุณรูปภาพจาก: p2.s1sf.com, rakuten.co.jp, fc2.com, amazonaws.com, tokyotimes.com, bornrich.com