นั่งอยู่หน้าจอคอมนานๆ เสี่ยงเป็นโรค คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome)

สมัยนี้ไม่ว่าจะบริษัทไหน ยังไงก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ เอาไว้ใช้ในสำนักงาน เป็นเรื่องปกติ เพราะคอมพิวเตอร์ กลายเป็นสิ่งจำเป็น ที่ขาดไม่ได้ ในการดำเนินธุรกิจ หรือแม้แต่การดำรงชีวิตในสังคม จนเดี๋ยวนี้ คนเราแทบจะอยู่ห่างจาก จอคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุค หรือโทรศัพท์มือถือไม่ได้เลย แต่ความสะดวกสบายที่ว่า ก็แฝงไว้ด้วย ความอันตรายเช่นกัน เมื่ออะไรที่มันมากไป ย่อมส่งผลร้ายตามมา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อให้เกิดโรคใหม่ๆ อันเป็นที่มาของชื่อโรค คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome) หรืออาการผิดปกติทางสายตา เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรค คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม

เกิดจากรังสีที่แผ่ออกมา จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ยังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบเก่า หรือ CRT (Cathode Ray Tube) จะมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ออกมาในปริมาณมาก และมีสารฟอสฟอรัสประกอบอยู่ที่ผิวจอ เมื่อใช้ไปนานๆ เข้า จะรู้สึกปวดตา แสบตา แต่ก็ใช่ว่าอาการเหล่านี้ จะเกิดเพราะการนั่งอยู่หน้าจอคอมนานๆ เพียงอย่างเดียว การที่สายตา ได้รับสารอัลตร้าไวโอเล็ต จากแสงแดดมากไป ก็ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น กรรมพันธุ์ อาหารการกิน สภาพแวดล้อม การใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดปัญหาสายตา และมีถุงใต้ตาด้วย

การเกิดถุงใต้ตา เนื่องจากการสะสมของไขมัน และน้ำ อยู่รอบๆ ดวงตา ทั้งด้านบน และล่าง แต่จะเห็นที่บริเวณใต้ตาได้เด่นชัดกว่า ส่วนปัจจัยที่ทำให้เกิดถุงใต้ตานั้น ก็มีอยู่ 2 ปัจจัยคือ

  1. เกิดการสะสมของไขมันรอบดวงตา : เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ผิวก็ต้องร่วงโรยไปตามวัย กล้ามเนื้อรอบดวงตา ก็จะต้องอ่อนแรงตามไปด้วย ชั้นผิวคอลลาเจน จะสร้างไขมันน้อยลง เพราะไขมันเหล่านี้ จะเป็นตัวช่วยรองรับกระบอกตา แต่กลับเลื่อนลงมาอยู่รอบดวงตาแทน เมื่อชั้นผิวของเราบางลง ก็ยิ่งทำให้เห็นถุงใต้ตามากขึ้นด้วย
  2. เกิดการสะสมของน้ำที่รอบดวงตา : น้ำในกรณีนี้ หมายถึง น้ำเหลือง และเลือด เมื่อกระบวนการขับถ่ายของเสียที่มีอยู่ใน เซลล์ผิวหนัง เป็นไปได้ช้า ทำให้เกิดการสะสม ของน้ำที่รอบๆ ดวงตา จนทำให้ถุงใต้ตาชัดขึ้น

 

อาการของโรค คอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome)

คนที่เป็นโรควิชั่น ซินโดรม หรือการป่วยเพราะคอมพิเตอร์ จะรู้สึกปวดเบ้าตา ปวดคอ ตาแห้ง ประสาทตาอ่อนล้า ถุงใต้ตาปูดออกมาชัดเจน แม้จะนอนพอ แต่รอยคล้ำใต้ตา ก็ยังเด่นชัดอยู่ดี ถ้ามีอาการตามนี้ ก็ทำใจได้เลย ว่าคุณกำลังเป็น “โรควิชั่น ซินโดรม”

 

วิธีการรักษาโรคคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome)

  1. การผ่าตัด เอาถุงไขมันทิ้งไป แต่ยังไงก็ตาม การผ่าตัดนี้ สามารถช่วยได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น ถ้ายังใช้ชีวิตอยู่แบบเดิม ปัญหาแบบนี้ ก็จะกลับมาใหม่อีก
  2. การบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นประจำ เป็นการชะลอความเสื่อม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน ด้วยสารโปรตีนอนุภาคเล็ก ที่ชื่อว่า Acetyl Tetrapeptide 5  แพทย์มักจะใช้สารตัวนี้ เป็นยาลดความดันเลือด ปัจจุบันมีการนำมาใช้ ในเครื่องสำอางบำรุงผิว

 

วิธีการป้องกันโรคคอมพิวเตอร์ วิชั่น ซินโดรม (Computer Vision Syndrome)

  1. อย่าปล่อยให้สายตาทำงานหนักเกินไป เมื่อรู้สึกว่าตาเริ่มล้า ให้พักอย่างน้อย 15 นาที มองออกไปไกลๆ ซักพัก หรือใช้ผ้าชุ่มน้ำอุ่น ประคบไว้ที่ดวงตาทั้งสองข้าง และใช้การคลึงเบาๆ ที่บริเวณหัวตา เพื่อให้ตาผ่อนคลาย พร้อมกับการจิบน้ำบ่อยๆ จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น
  2. เลือกขนาดคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม กับการทำงาน ควรใช้คอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดตั้งแต่ 15-17 นิ้วขึ้นไป ถ้าใช้จอใหญ่ๆ ก็ควรปรับขนาดตัวหนังสือให้เล็กลงมาด้วย ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกปวดตา

 

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)