โยโย่เอฟเฟกต์คืออะไร? ลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่

“โยโย่เอฟเฟกต์ คือภาวะที่น้ำหนักตัวของเราเด้งขึ้นๆ ลงๆ และสุดท้ายก็มักจะจบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจนมากกว่าก่อนเริ่มลด หรือบางคนก็อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เน้นควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้ว ก็ยังไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมาได้ ลักษณะนี้เปรียบเทียบได้กับลูกดิ่ง โยโย่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อที่เรียกกันจนติดปาก แทนที่จะลดความอ้วนแล้วผอม แต่กลับอ้วนหนักกว่าเก่า”

 

สาเหตุของการเกิดโยโย่เอฟเฟกต์

การเกิดโยโย่เอฟเฟกต์  มีด้วยกันหลายสาเหตุ แต่สาเหตุหลักๆ ก็คือพฤติกรรมการกินที่และการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง อีกทั้งยังมีเรื่องของการใช้ยาลดความอ้วน โดยเฉพาะการลดน้ำหนักที่ใช้การอดอาหารหรือควบคุมอาหารจนขาดพลังงานเข้าสู่ร่างกายอย่างเพียงพอ สุดท้ายแล้วร่างกายจึงขาดความสมดุลในการเผาผลาญ และการเก็บพลังงาน ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนกลับมากินอาหารเหมือนเดิมจึงกลับมาอ้วนเหมือนเก่า หรืออ้วนกว่าเดิมเป็นวงจรแบบนี้ไม่จบสิ้น

คนที่อายุยังน้อย มีร่างกายแข็งแรง อาจไม่รู้สึกถึงอาการโยโย่เมื่อเริ่มลดน้ำหนัก แต่หากยังฝืนลดด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องแบบนี้ต่อไป ก็จะรู้สึกได้ว่าน้ำหนักเริ่มลดยากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาวะโยโย่ในที่สุด”

วิธีการอด หรือลดอาหารแบบสุดโต่งจะทำให้สารอาหารและพลังงานที่เข้าสู่ร่างกายลดลงมากเกินไป  กรณีนี้จึงทำให้ร่างกายค่อยๆ สูญเสียการเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง โดยอย่างยิ่งการใช้โปรแกรมลดความอ้วนทั้งหลาย ที่โฆษณาว่าไม่ต้องออกกำลังกายก็ผอมได้ บวกกับความเครียดเพราะหิว ก็ยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ และส่งผลร้ายต่ออัตราการเผาผลาญพลังงาน รวมไปถึงเรื่องของการตัดสินใจลดน้ำหนักแบบขี้เกียจด้วยยาลดน้ำหนักลดความอ้วน ไม่สนใจที่จะออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารหรือให้ถูกต้อง ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ภาวะน้ำหนักตัวโยโย่เกิดได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย

 

อันตรายของ โยโย่เอฟเฟกต์

คนลดน้ำหนักถ้าเกิดภาวะโยโย่ หมายถึง ร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะไขมันเกินร่วมกับภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง และระบบการเผาผลาญในร่างกายมีความเสียหายอย่างรุนแรง คืออันนี้แย่ยิ่งกว่าตอนน้ำหนักเกินซะอีก สิ่งนี้ยังเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายต่างๆ มากมาย ทั้งไขมันอุดตันในหลอดเลือด ไขมันพอกตับ โรคเบาหวาน และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ จะทำให้สุขภาพร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิมก็ยาก ถึงได้จริงถ้าลองเอามาคำนวณกับการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหาร และออกกำลังกายแล้ว ยังกินเวลานานกว่าด้วยซ้ำ ยิ่งรีบยิ่งช้า ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่น่าลงทุนเลยจริงๆ หรือถ้าแย่กว่านั้นก็คือ สุขภาพเสียไปแบบไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

 

ลดน้ำหนักยังไงไม่ให้โยโย่

  1. เลือกโปรแกรมลดน้ำหนักที่ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน เน้นเพียงแค่ควบคุมแคลอรีให้น้องลงเท่านั้น
  2. กินอาหารให้ได้แคลอรีและสารอาหารเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  4. ลดน้ำหนักได้แต่อย่างให้ร่างกาย และจิตใจเครียด
  5. หมั่นรับประทานอาหารที่มีวิตามิน เกลือแร่ และไฟโตนิวเทรียนท์
  6. ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป การลดแต่ละครั้งไม่ควรลดเกิน10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น

 

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)