รีวิวเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto FESTIVEBOX

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับเทศกาลปีใหม่ ที่นอกจากเราจะได้ฟินกับวันหยุดพักผ่อนยาวๆ ยังได้รู้สึกถึงความรู้สึกถึงความสุข และสนุกสนานในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเหมือนเป็นธรรมเนียมทุกปีที่เราจะส่งมอบของขวัญให้กับเพื่อน ผู้ร่วมงาน ลูกค้า หรือคนที่เรารักและปรารถนาดี ด้วยสิ่งของเล็กๆน้อยๆ เหมือนเป็นการขอบคุณ และส่งต่อความรู้สึกดีๆ ให้กับฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นเค้กปีใหม่ กระเช้าของขวัญ ตะกร้าผลไม้ หรือเซ็ตของขวัญ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงทำเป็นประจำอยู่ทุกปี และบางทีต้องส่งของขวัญเหล่านี้ทีละหลายๆ คนด้วยซ้ำ จนบางครั้งเคยนึกว่าจะเปลี่ยนไอเดียการซื้อของขวัญเป็นแบบอื่นบ้าง แต่สุดท้ายคิดยังไงก็คิดไม่ออกและไม่รู้ว่าอะไรจะเหมาะกับผู้รับ สุดท้ายแล้วก็มาลงเอยที่เค้ก และกระเช้าผลไม้อย่างที่เคยทำแบบทุกปี แต่มาปีนี้บอกเลยว่าหาเจอแล้วล่ะ ของที่ดูดีและเหมาะกับการให้เป็นของขวัญปีใหม่ จะซื้อให้เพื่อน ซื้อให้ลูกค้า หรือว่าจะนำมาเป็นของจับฉลากในช่วงปีใหม่ มันคือเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto (เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้) FESTIVE BOX ซึ่งจัดเป็นเซ็ตมาสำหรับเป็นของขวัญปีใหม่โดยเฉพาะ และตัวนี้แอดมินลองซื้อมาใช้เองแล้ว เลยอยากจะเอามารีวิวให้ทุกคนได้เห็นกัน ถือเป็นไอเดียใหม่ที่น่าสนใจกับการเลือกซื้อของขวัญในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ยิ่งใครที่เป็นคอกาแฟที่ไม่ควรพลาด

แอดมินได้ทำการสั่งซื้อเครื่องชงกาแฟมาทดสอบดูก่อนซื้อส่งให้ลูกค้าเป็นของขวัญปีใหม่ จากเว็บไซต์ https://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/ เพราะสินค้ามาถึงก็เริ่มแกะกล่องออกมาดูเลยว่ามีอะไรบ้าง

เครื่องชงกาแฟรุ่นที่แอดมินสั่งมานั้นคือ MINIME (RED) – FESTIVE BOX ซึ่งด้านในนั้นประกอบด้วย

  1. เครื่องชงกาแฟ Minime Red 1 เครื่อง
  2. แคปซูลกาแฟ Cappuccino 1 กล่อง
  3. แคปซูล Choccocino 1 กล่อง
  4. แคปซูลกาแฟEspresso Intenso 1 กล่อง
  5. กล่องแคปซูลตัวอย่าง ที่ด้านในมีเครื่องดื่ม 3 แบบ ซึ่งก็คือ Mocca, Ice Cappucino และ Capuccino

ทั้งหมดที่ว่านี้รวมอยู่ในกล่องเดียวซึ่งออกแบบมาเพื่อให้เป็นเซ็ตของขวัญโดยเฉพาะ

เมื่อได้เครื่องชงกาแฟ กับแคปซูลกาแฟพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะมาลองใช้จริงกัน แต่ก่อนอื่นเราต้องมาเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto (เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้) นี้กันก่อน

จากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าเครื่องชงกาแฟมีปุ่มกดหลักด้วยกัน 3 ตำแหน่ง คือ

  1. แท่นสวิชตช์ที่อยู่ด้านบนสุด เป็นตัวบังคับให้น้ำไหลออกมา ซึ่งถ้าปัดไปด้านซ้ายจะใช้สำหรับเวลาชงเครื่องดื่มเย็น และปัดไปด้านขวาเวลาต้องการชงเครื่องดื่มร้อน
  2. ถัดลงมาจะเป็นปุ่มสวิตช์เปิด ปิดเครื่อง
  3. แถบใสตรงกลางที่สามารถเลื่อนขึ้นลงได้ จะเป็นตัวปรับเลือกปริมาณของเครื่องดื่มตามที่ต้องการ พูดง่ายๆก็คืออยากได้ปริมาณน้ำมากหรือน้อยแค่ไหน อยากได้ความเข้มข้นของเครื่องดื่มเท่าไหร่ก็สามารถเลือกได้ตามใจ แต่ถ้าใครไม่รู้ว่าระดับไหนถึงจะพอดี เราสามารถปรับหรือปริมาณตามคำแนะนำที่มีอยู่บนแคปซูล สังเกตจากจำนวนขีดที่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดเจ็ดขีด ด้านล่างสุดหมายถึงน้ำน้อยที่สุด ชงออกมาแล้วจะได้เครื่องดื่มแก้วเล็กรสเข้มข้น แต่ถ้าเป็นขีดสูงสุดก็จะได้เครื่องดื่มแก้วใหญ่

สำหรับสวิตช์ปุ่มเปิดปิด ที่อยู่ตรงกลางของตัวเครื่อง โดยหลังจากที่กดปุ่มเปิดการใช้งานแล้ว จะเห็นไฟกระพริบเป็นสีแดง เราต้องรอให้ไฟกลายเป็นสีเขียวแบบนิ่งสนิทซะก่อนถึงจะเริ่มใช้งานได้ ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องนั้นจะเป็นช่องสำหรับใส่น้ำเปล่าอุณหภูมิปกติ และที่ช่องใส่น้ำนี้จะเป็นพลาสติกใสสามารถมองเห็นปริมาณน้ำที่อยู่ด้านในได้ ไม่ควรใส่น้ำสูงเกินคำว่า MAX

สำหรับด้านหน้าของเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto นอกจากสวิตช์ปุ่มเปิดปิดแล้ว ยังมีส่วนสำหรับวางแก้วและช่องที่ให้เครื่องดื่มไหลลงมา ด้านล่างของที่วางแก้วจะเป็นถาดสีเทา ด้านบนเป็นตะแกรง ด้านล่างเป็นถาดสำหรับรองน้ำที่ล้นออกมา ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะหกเลอะเทอะ ในส่วนของถาดวางแก้วนี้ยังสามารถปรับระดับได้ตามความสูงของแก้ว โดยเฉพาะคนที่ชอบดื่มกาแฟแก้วเล็ก ถ้าวางแก้วไว้ต่ำเกินไปกาแฟก็จะกระเด็นออกมา ดังนั้นเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto จึงสามารถปรับระดับของถาดวางแก้วไว้ได้ถึง 3 ระดับ เพื่อให้คอกาแฟได้เพลิดเพลินกับรสชาติและปริมาณของเครื่องดื่มที่ตัวเองถูกใจ

ส่วนประกอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของเครื่องชงกาแฟเนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้ ก็คือส่วนที่ใส่แคปซูล โดยจะสามารถถอดออกมาเพื่อเอาแคปซูลวางใส่ ซึ่งเดี๋ยวจะมีภาพให้เห็นตอนที่ลองใช้เครื่องเลย แต่ตอนนี้เราลองมาซูมดูด้านในของที่วางแคปซูลกัน ซึ่งภาพที่เห็นด้านบน จะเห็นเป็นเข็มเล็กๆ ซึ่งมันมีหน้าที่เอาไว้เจาะแคปซูลเพื่อให้น้ำไหลผ่าน ด้านล่างมีภาพคำเตือนด้วยว่า อย่าเอามาไปแหย่เล่นนะ เพราะมันอาจจะบาดมือเอา ซึ่งเข็มเจาะที่ว่านี้จะเจาะแคปซูลตอนที่เราปิดฝาเครื่องลง เราสามารถรู้สึกถึง และได้ยินเสียงเจาะเบาๆ ขณะปิดฝาเครื่องด้วย

 

capsule1

หลังจากที่รู้ส่วนประกอบของเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาเลือกแคปซูลกาแฟที่เราต้องการนำมาใส่ลงในเครื่อง ทั้งนี้อยากจะขออธิบายเกี่ยวกับแคปซูลกาแฟซักเล็กน้อย

แคปซูลกาแฟจะแยกออกมาเป็นสามประเภทด้วยกันคือ

  1. กาแฟดำ – เป็นแคปซูลที่เวลาชงจะใช้เพียงแคปซูลเดียว เช่น ESPRESSO, LUNGO
  2. เครื่องดื่มใส่นม – เป็นเครื่องดื่มที่ต้องใช้ 2 แคปซูล เพื่อชงเครื่องดื่ม 1 แก้ว เช่น CAPPUCCINO, LATTE MACCHIATO ยกเว้นตัว CAFE AU LAIT ที่ใช้เพียงแคปซูลเดียว
  3. ช็อกโกแลต และชา – เป็นเครื่องดื่มที่ใช้ 2 แคปซูล เพื่อชงเครื่องดื่ม 1 แก้ว เช่น GREEN TEA, CHOCOCINO

 

กาแฟทั้งหมดที่อยู่ในแคปซูลนั้นทำมาจากกาแฟชั้นดี เกรดพรี่เมี่ยม นำเข้าจากต่างประเทศ โดยแคปซูล 1 กล่อง จะประกอบไปด้วยแคปซูลทั้งหมด 16 ชิ้น ในกรณีที่เป็นกาแฟดำจะใช้แคปซูลเพียงแค่ 1 ชิ้น ต่อการชง 1 ครั้ง ซึ่งก็หมายความว่าจะสามารถชงกาแฟได้ทั้งหมด 16 แก้ว แต่ถ้าเป็นเครื่องดื่มที่ต้องผสมนม จะต้องใช้ครั้งละ 2 แคปซูล หมายความว่าเราจะได้เครื่องดื่ม 8 แก้ว เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนที่กล่องของแคปซูลจะมีระบุไว้อยู่แล้วว่าจะต้องใช้แคปซูลกี่ชิ้นในการชงเครื่องดื่มที่เราต้องการ หรือสามารถสังเกตได้จากสีของแคปซูล ที่มีอยู่ในกล่อง โดยที่ถ้าเป็นแคปซูลนมจะมีสีขาว แต่ถ้าเป็นแคปซูลกาแฟจะเป็นสีดำ

สำหรับเซ็ตเครื่องชงกาแฟ ที่ NESCAFE Dolce Gusto FESTIVE BOX เราจะเอามารีวิวนี้ ในกล่องจะมีเครื่องดื่มทั้งสามประเภทที่ว่ามานี้ครบถ้วน คนที่ยังแยกไม่ออกและไม่รู้ตัวว่าชอบเครื่องดื่มแบบไหนก็สามารถลองได้ทุกแบบ หรือแม้แต่เครื่องดื่มแบบเย็น ICE CAPUCCINO ก็แอบมีแถมมาให้ให้กล่อง

นอกจากนี้ในตัวกล่องแคปซูลกาแฟ ยังมีข้อมูลโภชนาการที่ด้านข้างกล่องให้ดูด้วย ใครอยากรู้ว่าเครื่องดื่ม 1 แก้ว จะให้พลังงานกี่แคลลอรี่ มีโปรตีน ไขมัน น้ำตาล โซเดียมเท่าไหร่ ก็สามาถดูได้เลยจากข้อมูลที่ว่านี้ เรียกได้ว่าละเอียดถี่ถ้วน ที่ด้านบนของกล่องก็มีบอกว่าชงออกมาแล้วได้เครื่องดื่มแก้วใหญ่แค่ไหน ต้องใส่แคปซูลอะไรก่อน เรียกได้ว่าไม่มีหลง มีข้อมูลบอกตลอด

 

วิธีการล้างเครื่อง NESCAFE Dolce Gusto FESTIVEBOX รุ่น MINIME

สำหรับการใช้เครื่องครั้งแรก ต้องมีการล้างเครื่องซะก่อน โดยเราสามารถดูวิธีการแบบละเอียดจากคู่มือที่แนบมากับกล่องได้เลย โดยตอนนี้เรายังไม่ต้องใส่แคปซูลนะ ให้ลองเปิดช่องใส่แคปซูลออกมาจะเห็นเป็นพลาสติกรูปร่างคล้ายแคปซูลกาแฟวางอยู่ด้านใน ก็ให้ใส่เอาไว้เหมือนเดิม จากนั้นกดปุ่มเปิดสวิตช์ที่อยู่ตรงกลาง รอจนไฟกระพริบสีแดงหยุดลง กลายเป็นไฟสีเขียวติดสว่าง พร้อมกับปรับระดับน้ำให้อยู่ที่ 7 ขีด ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และเอาแก้วที่ใหญ่หน่อยมารองไว้ จากนั้นปัดปุ่มสวิตช์ด้านบนปัดไปที่ด้านซ้าย ล้างเครื่องด้วยน้ำเย็น ตามด้วยน้ำร้อนตามลำดับ

รูปด้านซ้ายจะเป็นน้ำเย็นเวลาเอามือจับแก้วจะรู้สึกได้ว่าน้ำอยู่ในอุณหภูมิปกติ ส่วนรูปที่ 2 เป็นน้ำร้อน ตอนที่กดลืมคิดไปเลยใช้แก้วไม่มีหูจับ ปรากฏว่าแก้วร้อนมากจนต้องใช้ทิชชู่ด้วยประคองแก้วออกจากถาด หลังจากล้างเครื่องเรียบร้อยด้วยน้ำเย็นและน้ำร้อนก็ให้เปิดฝาเครื่อง เอาพลาสติกที่อยู่ในช่องวางแคปซูลออก แล้วเริ่มต้นชงเครื่องดื่มได้เลย

 

ชงกาแฟคาปูชิโน่ จากเครื่อง NESCAFE Dolce Gusto
  • หลังจากใส่น้ำเปล่าลงในเครื่อง ได้ทำการเปิดปุ่มสวิตช์ที่เครื่อง จนไฟติดเป็นสีเขียว
  • เริ่มขั้นตอนแรกที่การเลือกแคปซูลนม เอามาใส่ลงในเครื่องก่อน โดยสังเกตแคปซูลที่ก้นเป็นสีขาว
  • ดูระดับน้ำตามที่แนะนำจากฝาแคปซูล แล้วปรับระดับขีดที่เครื่องให้ตรงกับที่แนะนำ (แต่ใครที่ดื่มกาแฟแบบนี้หลายครั้งแล้วและรู้สึกว่ายังไม่ถูกใจ ก็สามารถปรับระดับน้ำตามที่ตัวเองต้องการได้)
  • เปิดฝา และดึงช่องใส่แคปซูลออกมา แล้ววางแคปซูลลงโดยไม่จำเป็นต้องฉีกฝาหรือทำอะไรกับตัวแคปซูลเลย
  • หลังจากนั้นให้ปิดฝาเครื่อง ช่วงนี้เครื่องจะทำการเจาะรูที่แคปซูลเพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านมาได้
  • เตรียมแก้วสำหรับใส่กาแฟให้มีขนาดเพียงพอสำหรับใส่กาแฟทั้งแก้วไม่เล็กไปหรือใหญ่ไป แล้ววางลงบนถาดรอง
  • กดปุ่มน้ำร้อนเพื่อให้นมไหลผ่านลงมาในแก้ว เราจะเห็นว่านมขึ้นเป็นฟองในแก้วทันทีไม่ต้องเสียเวลาตีฟองนมให้เสียเวลา
  • หลังจากนั้นก็ให้ใส่แคปซูลกาแฟ และปรับระดับน้ำตามที่กำหนด ซึ่งถ้าเป็นคาปูชิโน่ ให้ปรับระดับน้ำที่ 1 ขีด
  • กดปิดฝาเครื่อง ดูระดับน้ำว่าเราปรับให้ตรงตามที่กำหนดแล้วจากนั้นก็ให้กดปุ่มน้ำร้อนได้เลย
  • ระหว่างนี้เราจะเห็นว่ากาแฟจะไหลผ่านลงมาในแก้วแล้วจะแบ่งเป็นชั้นสวยงาม ขอแนะนำว่าให้ใช้แก้วใสเราจะได้เห็นชั้นของกาแฟแบบชัดเจน เหมือนเวลาไปซื้อที่ร้านเลยล่ะ

ระหว่างที่ชงนั้นจะได้กลิ่นกาแฟลอยมาแตะจมูก และขั้นตอนในการชงที่ผ่านมาก็ไม่ยุ่งยากที่สำคัญใช้เวลาสั้นมาก แค่เผลอหันไปหยิบอะไรนิดหน่อยหันกลับมาอีกทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว สำหรับเรื่องของรสชาติ จิบครั้งแรกก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มของฟองนมที่อยู่ด้านบน ส่วนของฟองนมนั้นมีรสหวานนิดๆ กำลังดี ลงมาอีกชั้นก็เป็นความหอมของกาแฟซึ่งผสมผสานกันได้ดีทีเดียว รสชาติก็กำลังดีไม่จำเป็นต้องใส่อะไรเพิ่มเลยด้วยซ้ำ คนที่กลัวหวานรับรองว่าถูกใจแน่ๆ ส่วนใครที่ชอบกาแฟรสชาติออกหวานหน่อย ก็สามารถใส่น้ำตาลเพิ่มได้ นับได้ว่ารสชาติดีไม่แพ้ร้านกาแฟดังๆ แถมหน้าตาก็ออกมาสวยงาม มีชั้นของนมด้านล่าง และกาแฟ ตามด้วยฟองนมด้านบน หน้าตาเหมือนมีบาริสต้ามาทำให้เอง แบบนี้ปลื้มมากกดปุ่มให้ผ่านแบบไม่ต้องคิดมากเลย

***ขอเพิ่มเติมอีกนิด ช่วงใส่แคปซูลกาแฟ ตอนกดปุ่มแอบตกใจว่าทำไมกดแล้วเครื่องไม่ทำงาน พอมาดูอีกทีกลายเป็นว่าน้ำหมด หลังจากล้างเครื่องด้วยน้ำระดับ 7 ขีดไป 2 ครั้ง และแคปซูลนม น้ำที่ใส่ไว้แต่แรกน้ำก็หมดพอดี ใครที่ชงกาแฟแบบต่อเนื่องให้ระวังตรงนี้ด้วยนะจ๊ะ

 

ชง CHOCOCINO จากเครื่องทำกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto
  • จากที่ได้ชงกาแฟแก้วแรกไปแล้ว คราวนี้ก็ลองเปลี่ยนมาเป็นช็อกโกแลตร้อนดูบ้าง วิธีการทำก็เหมือนเดิมทุกอย่าง โดยเริ่มต้นที่การเลือกแคปซูลจากกล่อง CHOCOCINO ซึ่งเราจะต้องใช้แคปซูลนมกับแคปซูลช็อกโกแลต
  • สังเกตภาพจากด้านบนของกล่อง บอกว่าให้เริ่มต้นด้วย แคปซูลช็อกโกแลตก่อน จากนั้นค่อยตามด้วยนม
  • เริ่มต้นอย่างแรกก็คือการสังเกตระดับน้ำแนะนำจากฝากแคปซูลก้นสีน้ำตาล ซึ่งเราจะปรับระดับน้ำก่อนใส่แคปซูลเลยก็ได้หรือว่าจะหลังใส่แคปซูลก็ได้เหมือนกัน
  • เมื่อทำการใส่แคปซูลลงในเครื่อง ปิดเครื่องลงแล้วดูระดับน้ำที่เหมาะสม ซึ่งในที่นี้คือระดับ 3 ขีดแล้วก็ให้กดปุ่มปัดไปที่ฝั่งน้ำร้อนได้เลย มาถึงตรงนี้แอบสังเกตเห็นว่าน้ำช็อกโกแลตแอบกระเด็นมาเลอะเครื่อง เพราะวางแก้วต่ำไป
  • หลังจากนั้นก็เอาแคปซูลช็อกโกแลตทิ้งไป แล้วใส่แคปซูลนมแทนที่ ระดับน้ำคือ 3 เท่าเดิมไม่ต้องเปลี่ยน จากนั้นให้กดปุ่มไปที่เครื่องดื่มร้อนอีกครั้ง แล้วนมกลิ่นหอมๆก็จะไหลลงมา หลังจากที่นมหมดแล้วก็ให้ทิ้งแคปซูลนม ตอนนี้เราก็ได้เครื่องดื่มช็อกโกแลตร้อน CHOCOCINO มาแล้วเรียบร้อย ภายในเวลาแป๊บเดียวเท่านั้น

choco3

สำหรับรสชาติของ CHOCOCINO ก็หอมอร่อยเข้มข้นเนียนนุ่มกับฟองนมด้านบน เพราะเขาบอกมาเลยว่าช็อกโกแลตนี้ทำมาจากเมล็ดโกโก้ชั้นดี ไม่แปลกเลยที่จิบแรกก็รู้สึกชอบแล้ว ใครเบื่อรสชาติกาแฟอยากลองเครื่องดื่มแบบอื่นดูบ้างก็ขอแนะนำเมนูนี้นะ หรือถ้าในครอบครัวมีเด็ก ที่กินกาแฟไม่เป็น ไม่ชอบความขมของรสชาติกาแฟ เครื่องดื่มตัวนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ เป็นเครื่องทำเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทุกคนในบ้าน จะชงแบบร้อนหรือชงเย็นก็ได้หมด แบบนี้หน้าร้อนก็ไม่ต้องเดินตากแดดไปซื้ออะไรเย็นๆนอกบ้านแล้ว ปลื้มมากค่ะอันนี้ แต่ขอแนะนำว่าถ้าจะชงเป็นแบบเย็นอาจจะต้องเติมความหวานเพิ่มอีกนิด เพราะเครื่องดื่มที่ชงออกมาได้จะมีรสชาติหวานน้อย เหมาะกับดื่มแบบร้อนมากกว่า

 

ชงกาแฟ Espresso Intenso จากเครื่องทำกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto
  • สำหรับคนที่ชอบกินกาแฟรสเข้ม Espresso Intenso น่าจะเป็นรสชาติที่ใช่ ก่อนที่จะทำกาแฟ แสนอร่อยมาดื่มกัน ก็ต้องเตรียมแก้วขนาดเล็กมาไว้ซะก่อน อย่างที่เห็นจากแคปซูลกาแฟ ตัวนี้ระดับน้ำแนะนำมีอยู่แค่ 2 ขีด เพราะฉะนั้นจะได้กาแฟแก้วเล็กที่มีความเข้มข้นสูง
  • ปรับระดับที่วางแก้วให้เป็นระดับสูงสุด เพื่อไม่ให้กาแฟในแก้วกระเด็นออกมา
  • เปิดฝาเครื่อง วางแคปซูลกาแฟลงในช่องใส่แล้วปิดฝา
  • จากนั้นให้เลือกระดับน้ำเท่ากับ 2 ขีด ตามที่แนะนำและทำการการสับสวิตช์น้ำร้อน และรอให้กาแฟเอสเปรสโซ่ อินเทนโซ ไหลลงมาจนหมด เท่านี้ก็พร้อมดื่มแล้ว

espresso-intenso3

คอกาแฟที่ชอบรสชาติกาแฟดำเข้มข้นต้องถูกใจแน่ เพราะ เอสเปรสโซ่ อินเทนโซ่ ทำจากกาแฟอาราบิก้าคั่วบดแท้ มีกลิ่นหอมเข้มข้น และความขมที่มีทั้งรสชาติอมเปรี้ยวหน่อยๆ กับความหอมมารวมกัน คนที่ชอบกาแฟช็อตเล็กแบบเข้มข้นถึงใจ ตัวนี้คือใช่เลย ด้านบนมีฟองกาแฟหน่อยๆ ดูแล้วสวยงาม ตัวนี้ไม่ต้องใช้แคปซูลนม เพราะฉะนั้น 1 กล่อง สามารถชงกาแฟได้ 16 แก้ว เลยทีเดียว คุ้มมาก

 

dolce-gusto-sample

ชงกาแฟ MOCCA จากเครื่องทำกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto
  • เป็นแคปซูลกาแฟที่ได้มาจากกล่องSample ซึ่งเราก็ขอลองดูซักหน่อย ในกล่องมีรายละเอียดระดับน้ำ และขั้นตอนในการใส่พร้อมอยู่ด้านใน
  • ขั้นตอนก็เหมือนเดิม คือปรับระดับน้ำให้อยู่ระดับ 3 ขีด โดยเริ่มต้นจากแคปซูลกาแฟก่อนและทำการปรับสวิตช์เปิดน้ำร้อน
  • จากนั้นก็ตามด้วยแคปซูลนมอยู่ที่ระดับ 3 ขีดเท่ากัน และปัดเปิดสวิตช์น้ำร้อนอีกครั้ง
  • เท่านี้ก็จะได้กาแฟมอคค่า หอมกรุ่นแล้ว 1 แก้ว

mocca2

กลิ่นและรสชาติของกาแฟมอคค่าก็จัดได้ว่าเด็ด เพราะมีความหอมของช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้คุณภาพเยี่ยมมาร่วมด้วย ขอบอกว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มสุดโปรดของแอดมินตั้งแต่ที่ได้ลองชิมมาเลย เพราะมีทั้งความหอมของกาแฟ ความนุ่มของฟองนม และรสชาติหวานนิดๆ พอดีกินแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แต่ในเซ็ตมีมาให้แค่ชุดเดียว ชงได้แค่ 1 แก้ว แบบนี้จดไว้เลยคงต้องซื้อมาเพิ่มแน่ๆ

*** ขอเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ในช่วงที่ทำการชงแบบแล้วมีการหยุดพัก สวิตช์ปุ่มเปิดปิดของตัวเครื่องชงกาแฟจะดับไปเองโดยอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าค่อนข้างปลอดภัย สำหรับคนที่กลัวว่าถ้าลืมปิดเครื่องจะเป็นอันตรายรึเปล่า อันนี้ถือว่าระบบ Safety ออกแบบมาได้ดีทีเดียว

 

ชงกาแฟ CAPPUCCINO ICE  จากเครื่องทำกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto
  • หลังจากที่ชงเครื่องดื่มร้อนแล้ว คราวนี้ก็ถึงคราวของเครื่องดื่มเย็นบ้าง โดยเราสามารถดูวิธีชงได้จากคู่มือที่แนบมาในกล่อง หรือวิธีการข้างกล่องได้เลย
  • เริ่มต้นที่การใส่น้ำแข็งลงในแก้ว แนะนำให้เตรียมแก้วทรงสูงมาไว้ เพราะปริมาณน้ำเมื่อรวมกับน้ำแข็งแล้วจะมากกว่าที่เคยชงมา
  • เริ่มต้นที่แคปซูลนม ที่ระดับน้ำ 3 ขีด ตอนกดน้ำให้ปรับสวิตช์ไปที่ด้านซ้ายมือซึ่งเป็นน้ำเย็น และเราก็จะได้นมซึ่งมีอุณภูมิปกติลงมาในแก้ว
  • ตามด้วยแคปซูลกาแฟที่ระดับน้ำ 3 ขีดเท่ากัน และปรับสวิตช์ไปที่ด้านซ้ายมือซึ่งเป็นน้ำเย็นเหมือนเดิม

เพียงเท่านี้เราก็จะได้เครื่องดื่ม ไอซ์ คาปูชิโน่ รสชาติหอมอร่อย เย็นชื่นใจมาแล้ว 1 แก้ว ด้านบนยังคงมีฟองนมหอมๆ สไตล์กาแฟคาปูชิโน่แบบไม่ขาดตกบกพร่อง ตามด้วยกลิ่นหอมของกาแฟเอสเปรสโซ่เข้มๆ เมื่อรวมกันแล้วคือรสชาติแบบกลมกล่อม หวานกำลังดี ขอแนะนำให้ใส่น้ำแข็งไม่ต้องเยอะมากประมาณ 4-5 ก้อน หรือถ้าต้องการน้ำแข็งเยอะๆ อาจต้องเพิ่มความหวานขึ้นมาอีกนิด อย่างที่บอกว่าเครื่องดื่มที่ชงจากแคปซูล จะไม่ได้มีรสหวานเจี๊ยบเหมือนร้านกาแฟทั่วไป สำหรับคนที่กลัวน้ำตาลไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ส่วนใครอยากเพิ่มหวานก็บวกน้ำตาลเพิ่มได้เลยตามใจชอบ

 

mix1

ข้อดีของเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto (เนสกาแฟ ดอลเช่ กุสโต้)

หลังจากที่ได้ทดลองใช้เครื่องทำกาแฟแบบแคปซูลแล้ว รู้สึกว่าคนที่ชอบทานกาแฟอยู่แล้วน่าจะต้องชอบสไตล์นี้ ถ้าความสะดวกและความหอมของกลิ่นกาแฟ อีกทั้งยังสามารถทำได้เองทุกเช้าทุกเวลาที่ต้องการ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเข้าคิวต่อแถวซื้อจากร้านกาแฟพรีเมี่ยมที่ไหน ที่สำคัญยังทำง่ายเพียงแค่หยิบแคปซูลใสแล้วกดปุ่ม เอาเป็นว่าเดี๋ยวแอดมินจะลองแจกแจงให้ดูเป็นข้อๆเลย

  1. ใช้ง่ายไม่ยุ่งยาก คนที่บอกว่าตัวเองเป็นพวกโลเทค ใช้อุปกรณ์ทันสมัยไม่เป็น ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับเครื่องทำกาแฟแบบนี้ จากที่เห็นมีเพียงปุ่มกดอยู่ไม่กี่ปุ่ม และเป็นสัญลักษณ์ที่เข้าใจได้ง่าย คนที่บอกว่าจะซื้อเครื่องนี้ไปให้ผู้ใหญ่ รับรองว่าสอนไม่นานก็เข้าใจ
  2. สะดวกรวดเร็ว คนที่ชอบดื่มกาแฟมักจะต้องสรรหาร้านโปรด เพื่อเติมความฟินให้กับร่างกายทุกวัน ถึงแม้ว่าจะต้องต่อคิว ฝ่าดงรถติดเพื่อไปให้ถึงร้าน ก็ยินดีทำเพื่อให้ได้กาแฟแก้วโปรด แต่ถ้านั่นคือความเสี่ยงที่จะทำให้คุณไปทำงานสาย พลาดงานสำคัญก็ถือว่าไม่คุ้มกันเท่าไหร่ แต่ถ้ามีเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล รับรองว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เป็นปัญหา เพียงแค่ใส่แคปซูลลงในเครื่องแล้วกดปุ่ม เท่านี้เราก็จะได้กาแฟหอมกรุ่นรสชาติดีไม่ต่างจากไปซื้อกาแฟในร้านโปรดเลย
  3. ทำความสะอาดง่าย เป็นเรื่องน่าเบื่อมากที่ต้องทำความสะอาด ทิ้งเศษกากกาแฟ และถาดรองที่ถอดยาก และมีส่วนประกอบวุ่นวาย คนที่เคยมีเครื่องทำกาแฟรุ่นเก่าอยู่ที่บ้านอาจจะรู้สึกเข็ด ไม่อยากใช้เครื่องทำกาแฟเพราะเหตุผลนี้ แต่ถ้าเป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากขนาดนั้นแน่ สิ่งที่ต้องทำก็คือทิ้งแคปซูลที่ใช้แล้วลงถังขยะ และทำความสะอาดถาดรองไม่ให้น้ำล้นออกมา เท่านี้ก็เรียบร้อย แถมยังถอดเข้าออกง่าย ถึงจะขี้เกียจแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหา
  4. มีให้เลือกหลายรสชาติ ถึงจะบอกว่าชอบกินกาแฟเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบรสชาติที่เหมือนกัน แคปซูลกาแฟมีให้เลือกหลายรสชาติ ทั้งกาแฟดำแบบเข้มข้น หรือกาแฟผสมนมหอมๆ อีกทั้งยังมีตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบกินกาแฟ ก็มีชาเขียว และ CHOCOCINO ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนในครอบครัว หรือถ้าเอาไปตั้งไว้ในบริษัทรับรองว่าคราวนี้ไม่ต้องเดินออกไปตามหาร้านกาแฟข้างนอกให้เหนื่อยเลย
  5. ราคาเครื่องไม่แพงสามารถเป็นเจ้าของได้ทุกคน คนที่ชอบกินกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วก็มักใฝ่ฝันอยากจะมีเครื่องชงกาแฟติดบ้านไว้ซักเครื่อง แต่ราคาค่าเครื่องทำกาแฟก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำกินแค่วันละไม่กี่แก้วจะให้ลงทุนมากมายก็คงไม่คุ้ม แต่ถ้าเป็นNESCAFE Dolce Gusto รุ่น MINIME ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพราะราคาไม่แพง ส่วนแคปซูลนั้นเมื่อเทียบเรื่องของคุณภาพแล้ว ก็นับว่าคุ้มค่า คุ้มราคา
  6. ดีไซน์สวยงาม สามารถวางเป็นของตกแต่งบ้านได้โดยไม่รู้สึกขัดตา ด้วยการออกแบบที่ดูแว๊บแรกก็รู้สึกเลยถึงความทันสมัย การจะเอาเครื่องชงกาแฟแบบนี้ไปวางไว้ในครัวที่บ้านหรือที่ทำงาน เหมือนเป็นการยกระดับให้สถานที่นั้นดูทันสมัยและหรูหราขึ้นในทันที
  7. เครื่องมีขนาดกระทัดรัดไม่เปลืองที่ ถึงแม้ว่าห้องครัวหรือพื้นที่สำหรับวางเครื่องทำกาแฟจะค่อนข้างจำกัด ก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไรสำหรับเครื่องทำกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto รุ่น MINIME เครื่องนี้ ถ้ามันไม่ใหญ่โตเกะกะเหมือนกับเครื่องชงกาแฟที่เราเคยเห็น จะยกไปไหนก็ง่าย น้ำหนักเบา เอาไปได้ทุกที่
  8. ได้กาแฟรสชาติอร่อยได้มาตรฐานทุกครั้งที่ชง เหมือนยกร้านกาแฟมาอยู่ในบ้าน ถ้าเคยรู้สึกหงุดหงิดกับร้านกาแฟประจำที่เคยไป เพราะทำกาแฟได้รสชาติไม่คงที่ เปลี่ยนบาริสต้าที รสชาติก็เปลี่ยน ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับเครื่องทำกาแฟแบบแคปซูล เพราะทุกอย่างเป็นมาตรฐานหมดทั้งตัวแคปซูลและแรงดันน้ำของเครื่อง ที่สำคัญเครื่องนี้ยังบอกอีกว่ามีแรงดันระดับ 15 บาร์ ซึ่งเป็นเครื่องทำกาแฟที่มีอยู่ในร้านกาแฟคุณภาพระดับพรีเมี่ยม หมายความว่าแค่มีเครื่องนี้กับแคปซูลเราก็สามารถชิมกาแฟหอมกรุ่นคุณภาพเทียบเท่าร้านกาแฟดังๆได้เลย

 

promotion

สรุปแล้วใครที่ชอบกินกาแฟเป็นประจำน่าจะชอบเครื่องชงกาแฟพร้อมแคปซูลกาแฟสไตล์นี้ ยิ่งคนที่บอกว่าไม่ชอบกาแฟสำเร็จรูป แล้วจะกินเฉพาะกาแฟสด กาแฟคั่วบดที่มีรสชาติและกลิ่นแตกต่างจากกาแฟสำเร็จรูปทั่วไป คิดว่าน่าจะฟินกับรสชาติกาแฟ และกลิ่นหอม จากกาแฟคุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่อัดแน่นอยู่ในแคปซูล ไม่ว่าจะเป็นตัวกาแฟหรือว่านมคุณภาพที่ได้รสสัมผัสของฟองนมตีแบบสดใหม่ ซึ่งไม่คิดว่าจะสามารถทำเองได้เมื่ออยู่ที่บ้าน ที่สำคัญยังไม่ต้องเสียเวลาและไม่ต้องใช้ฝีมือในการชงกาแฟใดๆ ทั้งสิ้น นี่แหละคือความแตกต่าง

เอาเป็นว่าหลังจากที่ได้รีวิวเครื่องชงกาแฟ NESCAFE Dolce Gusto รุ่น Minime กับเซ็ตของขวัญ FESTIVE BOX แล้วก็บอกเลยว่าปีใหม่นี้คงไม่ต้องคิดหาของขวัญให้ผู้ใหญ่ หรือว่าของขวัญให้ลูกค้าอะไรอีก เซ็ตนี้เซ็ตเดียวจบ คนรับสามารถเอาไปใช้ได้จริง แล้วก็ดูแพงมีมูลค่า คนให้ก็ดูดี คนรับก็แฮปปี้ แบบนี้อีกไม่นานต้องได้จัดอีกซักเครื่องแน่ๆ สำหรับคนที่อยากดูรายละเอียดรสชาติของแคปซูลกาแฟ รายละเอียดเครื่อง และติดตามข่าวสารสามารถเข้าไปดูได้ที่

Fanpage: https://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand

Website: https://nescafedolcegusto.popsho.ps/th/

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)