ของใช้ในบ้าน ใช้ดีๆ ประหยัดเงินได้เป็นพัน!

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท เชื่อว่า หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวนี้ที่สอนให้เรารู้จักอดออมประหยัดเงินทีละเล็กละน้อย จนได้เป็นเม็ดเงินที่พอกพูนขึ้นมาเป็นหลักร้อยหลักพัน หลักหมื่น หลักแสนไม่รู้จบ คนที่มีเงินเก็บและมีชีวิตอยู่อย่างสบาย ก็ล้วนเริ่มต้นด้วยการเก็บเล็กผสมน้อยจนเป็นนิสัย ถ้าใครที่ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่สุขสบายไม่ยากลำบาก มีเงินเก็บเหลือใช้ ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้จักประหยัดอดออม โดยเฉพาะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป และรู้สึกว่า การกระทำดังกล่าวไม่น่าจะช่วยทำให้เรามีเงินเก็บมากมายตามที่หวังไว้ได้ แต่ใครจะรู้ว่านิสัยและความเคยชินแบบนี้เองจะเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคงมั่งคั่งในอนาคตของเราเลย

ประหยัด 1 บาท = การออมเงินได้ 1 บาท ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้หาเงินเพิ่มขึ้นมาจากเดิม แต่การลดค่าใช้จ่ายลงก็ถือเป็นการประหยัดเงินเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะกับเรื่องง่าย ๆ อย่างการกินอยู่ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการใช้ของใช้ในบ้านให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าลองคำนวณดูแล้วการใช้ของใช้ในบ้านด้วยความประหยัด ใช้ดี ๆ ก็สามารถประหยัดเงินได้เป็นพันเชียวล่ะ ยกตัวอย่างเช่น ของใช้ในชีวิตประจำวันที่เราต้องใช้ตั้งแต่ตอนตื่นนอน เช้าจรดเย็น อย่างเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ยาสีฟัน สบู่ โลชั่นทาผิว เครื่องสำอาง รวมไปถึงของกินต่าง ๆ ทั้งหมดล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น เราลองมาดูกันดีกว่าว่า ของใช้ในบ้าน ถ้าใช้ดี ๆ จะประหยัดเงินได้จริงหรือเปล่า

 

  1. เสื้อผ้าเก่าเอามาใช้ประโยชน์ได้

เสื้อผ้าตัวเดิมที่เคยใส่มานานจนเริ่มรู้สึกเบื่อ หรือไม่ก็มีสภาพแย่จนไม่สามารถใส่ออกไปข้างนอกบ้านได้ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้หลากหลายรูปแบบ

  • เสื้อยืดนำมาใช้ทำเป็นผ้าขี้ริ้ว โดยเฉพาะเสื้อที่ทำจากผ้าซึ่งมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ ถึงแม้ว่าจะมีสภาพเก่า สีซีดหรือมีรอยขาดจนไม่สามารถใส่ได้ แต่มันยังสามารถใช้ประโยชน์ด้วยการทำเป็นผ้าเช็ดฝุ่น เช็ดรถ หรือใช้ทำความสะอาดบ้าน ดีกว่าการโยนทิ้งไปเปล่า ๆ
  • เสื้อตัวเก่าของเรา แต่เป็นเสื้อตัวใหม่ของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาหรือน้องแมวตัวโปรดในบ้าน โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น ๆ อาจรู้สึกหนาวเหมือนกัน การนำเสื้อผ้าที่เราไม่ใส่แล้วหรือเล็กเกินไปจนใส่ไม่ได้ มาปรับปรุงอีกเล็กน้อยก็จะได้เป็นเสื้อมาให้สัตว์เลี้ยงแสนรักของเราได้ใส่เพิ่มความอบอุ่น แถมยังดูน่ารัก ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเสื้อตัวใหม่โดยเฉพาะ แบบนี้ประหยัดเงินได้เห็น ๆ
  • เสื้อเก่าดีไซน์ใหม่ DIY เสื้อตัวเดิมในสไตล์ของตัวเองการเอาเสื้อมาประดับตกแต่งตอนนี้เป็นธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ นอกจาก จะมีดีไซน์ที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใครแล้ว ยังเป็นการแสดงความคิดสร้างสรรค์ที่น่าชื่นชม ถ้ามีเสื้อตัวเก่าที่เราใส่จนเบื่อ แทนที่จะเอาไปบริจาคหรือทิ้งลงถังขยะ ก็ลองปรับเปลี่ยนแก้ไข ใส่นั่นนี่เพิ่มเติมเข้าไปใครจะรู้เราอาจจะได้เสื้อตัวใหม่ที่สวยกว่าตัวเก่าก็เป็นได้

 

003

  1. ผ้าขนหนูเก่าอย่าเพิ่งทิ้ง

เช่นเดียวกันกับเสื้อเก่า เพราะมันทำมาจากผ้าที่มีคุณสมบัติซับน้ำได้ดี เราก็สามารถนำมันมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของเราได้ โดยเฉพาะการนำมันมาแปรสภาพเป็นของใช้ในบ้านได้หลากหลายรูปแบบ

  • ผ้าขนหนูเก่าเอามาตัดทำเป็นผ้าขี้ริ้ว ไม่ใช่แค่ผ้าขี้ริ้วสำหรับเช็ดฝุ่นทำความสะอาดบ้านเท่านั้น แต่ยังหมายถึงผ้าเช็ดเท้า ผ้าเช็ดมือ ไม้ถูบ้าน เรียกได้ว่าถ้าใช้ดี ๆ ก็มีประโยชน์คุ้มค่ามากทีเดียวเชียวล่ะ
  • ทำให้ผ้าขนหนูเก่าดูเหมือนใหม่ นอกจากการแปรสภาพของใช้เก่าของเราให้ใช้งานอย่างอื่นได้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยประหยัด คือ การทำให้มันกลับมาดีเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุด วิธีทำให้ผ้าขนหนูเก่าดูเหมือนใหม่ ก็คือการแช่น้ำที่ผสมด้วยเบคกิงโซดา และน้ำส้มสายชู จากนั้น ให้ซักด้วยผงซักฟอกตามปกติเพื่อเอากลิ่นน้ำส้มสายชูออก เราก็จะได้ผ้าขนหนูที่สะอาดและนุ่มนิ่มเหมือนใหม่ แบบไม่ต้องเปลืองสตางค์ซื้อใหม่เลย

 

004

  1. ลิปสติกหักอย่าเพิ่งทิ้งเอามาใช้ต่อได้

สาว ๆ หลายคนน่าจะเคยเจอกับเหตุการณ์น่าหงุดหงิดแบบนี้กันมาบ้าง ลิปสติกแท่งใหม่ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่วัน ใช้ได้ไม่กี่ครั้งก็เกิดหักจากแท่งซะอย่างนั้น บางคนถึงกับหงุดหงิดจนโยนลิปสติกลงถังขยะเลยก็มี แต่ที่จริงแล้วถึงลิปสติกจะหัก แต่ก็ยังสามารถทาได้เหมือนเดิมไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ให้เสียดายเงิน

  • แบ่งใส่ตลับยังใช้ได้อีกนาน วิธีนี้เป็นวิธีสุดคลาสสิกที่สาว ๆ จำนวนไม่น้อยเลือกทำ แค่เอาลิปสติกส่วนที่หักใส่ลงในตลับแล้วใช้พู่กันทาปากนำมาทาก็ได้สีเหมือนเดิม ติดอยู่ที่ว่า บางคนรู้สึกไม่สะดวกเวลาพกออกไปนอกบ้านแถมยังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ในกรณีที่รู้สึกแบบนี้เราก็มีทางเลือกอีกอย่างหนึ่งให้นะ
  • เอาลิปสติกที่หักมาประกอบคืนให้เป็นแท่งแบบเดิม ด้วยการใช้ไฟลนที่เนื้อลิปสติกส่วนที่อยู่บนแท่ง และส่วนที่หัก เอาให้พอละลาย นำเอาส่วนที่หักไปประกบตามลงไปจนดูเนียนจากนั้นให้ใช้ไฟลนรอบ ๆ รอยต่อให้ดูเป็นเนื้อเดียวกันมากที่สุด จากนั้น นำแท่งลิปสติกแท่งนี้ไปแช่ตู้เย็นนานราว 30 นาที เพื่อให้ลิปสติกแข็งตัว เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถประกอบทั้งลิปสติกที่หักกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว

 

  1. ขวดแก้วใสสารพัดประโยชน์

ขวดแก้วใสที่ใช้บรรจุของกิน ไม่ว่าจะเป็นแยม น้ำพริก กาแฟหรือว่าจะเป็นของใช้อะไรก็ตาม สามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการแปรสภาพขวดแก้วใบเก่า ให้กลายมาเป็นของใช้สุดเก๋หลายคนนึกไม่ถึงกันเลยล่ะ

  • ขวดแก้วทำเป็นที่ใส่ดินสอ คนที่ต้องใช้ดินสอ ปากกาและเครื่องเขียนอยู่เป็นประจำก็ต้องคอยมองหาอุปกรณ์สำหรับการใส่ข้าวของเครื่องใช้ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง การเอาขวดแก้วมาทำเป็นที่ใส่ดินสอและอุปกรณ์เครื่องเขียนมีข้อดีคือเราสามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ภายในได้ง่ายสะดวกในการหยิบใช้ ที่สำคัญยังดูอาร์ตมาก ๆ เลยล่ะ
  • ทำเป็นของตกแต่งบ้านน่ารัก อย่างที่เคยบอกว่า ขวดแก้วนั้นที่รอทิ้งส่วนใหญ่เป็นแก้วใส ถ้านำมาลอกฉลากออกก็สามารถมองทะลุด้านในได้อย่างง่ายดาย เราก็สามารถนำเอาสิ่งนี้มาปรับใช้ทำให้เป็นของตกแต่งบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการนำต้นไม้ต้นเล็กๆมาปลูกในขวดแก้วการนำเห็นหรือวัสดุตกแต่งอื่น ๆ มาเรียงให้เป็นรูปร่างที่สวยงาม ขวดแก้วที่เรากำลังจะโยนทิ้งขยะก็จะกลายเป็นของแต่งบ้านที่มีคุณค่าขึ้นมาทันที
  • นำมาประดิษฐ์เป็นของขวัญตามเทศกาล โดยเฉพาะเทศกาลใหญ่ใหญ่อย่างช่วงปีใหม่ คริสต์มาส Valentineที่หลายคนมักจะมองหาของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นของฝากสำหรับคนใกล้ชิด แต่ถ้าเรารู้จักนำของใกล้ตัวมาเปลี่ยนให้เป็นของขวัญ นอกจาก จะเป็นการใช้ประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินได้อีกมากมายเลยล่ะ
  • นำขวดแก้วใสมาทำเป็นแจกันหรือกระถางต้นไม้ การปลูกต้นไม้ในขวดแก้วคิดว่าน่าจะมีหลายคนเคยเห็นกันบ้างถ้าบอกว่าตัวเองไม่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่มีฝีมือในการประดิษฐ์สิ่งของ ก็ปลูกต้นไม้เล็กๆไว้ในขวดแก้วได้เลย อย่างที่เคยเห็นร้านอาหารดีไซน์น่ารักในเมืองหลายแห่งก็นำเอาขวดแก้วนี่แหละมาเป็นของประดับตกแต่งร้าน นอกจากจะดูสวยงามน่ารักแล้ว ยังไม่ต้องเสียดายเงินซื้อของแต่งบ้านใหม่ให้เสียดายเงินด้วย

เมื่อรู้เคล็ดลับง่าย ๆ ในการนำเอาของใช้รอบตัวในบ้านมาใช้เกิดประโยชน์แล้ว ก็ควรเริ่มมองหาสิ่งของรอบตัวที่เรามองข้ามไปมาลองทำดู นอกจากสิ่งของที่เราแนะนำไปด้านบน ยังมีของอีกมากมายที่เราประหยัดเงิน หรือแปลงเป็นเงินได้ เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม ถ้าเอาไปขายต่อ ก็เป็นกำไรได้เช่นกัน จำนวนเงินที่เราประหยัด ก็สามารถนำมาฝากเงิน ลงทุน ต่อยอดให้เงินเติบโต เผื่อในอนาคต หากเราต้องการนำไปลงทุน ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เปิดธุรกิจ เราจะได้นำเงินก้อนนี้มาใช้ สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องการเงิน ก็ลองอ่านบทความด้านนี้ได้ที่ https://www.krungsri.com/bank/th/Home.html

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)