เคล็ดลับแก้ปัญหาเงินขาดมือ ลดการเป็นหนี้แบบชิลๆ

การแก้ปัญหาและลดการเป็นหนี้แบบชิลๆ

ยังมีอีกหลายคนที่ยังคงมีหนี้สินอีกมากมาย ด้วยสังคมเมืองและการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ทำให้จะต้องมีการดิ้นรนหลายๆ อย่างมากมายเพื่อทำให้การเป็นหนี้หมดสิ้นไป แม้จะทำงานเหนื่อยแทบตายแค่ไหน หากแต่ยังจะต้องทำงานไปใช้หนี้ไป ต่อให้ทำงานแทบตายเช่นไร ก็อาจจะต้องท้ออยู่ดี เพราะยิ่งใช้เหมือนหนี้ยิ่งเพิ่มด้วยซ้ำ ทำให้แต่ละวันอาจจะรู้สึกเหนื่อย เพราะไหนจะทำงาน ไหนจะหาเงินมาจ่ายหนี้สินที่ตัวเองก่อหรือไม่ได้ก่อ ซึ่งหากเมื่อคุณต้องประสบปัญหาเช่นนี้ทางเลือกที่ดีก็คงจะต้องหาทางวางแผน และบริหารการเงิน ซึ่งทางออกของการปลดหนี้ เมื่อจ่ายหนี้สินไม่ทันจะมีวิธีแก้ไขเช่นไรบ้าง

สาเหตุของปัญหาเงินขาดมือ

เพราะมีเรื่องต้องใช้จ่ายในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายประจำ หรือจ่ายแบบไม่คาดคิดมาก่อน อย่างอุบัติเหตุของเราหรือคนในครอบครัว รวมถึงอาจจะเคยรู้สึกแย่ๆ ในเรื่องของปัญหาเงินขาดมือ คนในครอบครัวเจ็บป่วย หรือญาติพี่น้องต้องการความช่วยเหลือเรื่องเงิน ฯลฯ นอกจากนี้ยังจะต้องหาเงินเพื่อสำหรับการจ่ายค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน และค่าบัตรเครดิตอีกหลายๆใบ ซึ่งทำให้ไม่สามารถจ่ายได้ตรงเวลา ยิ่งหากมีเจ้าหนี้หลายมาทวงมากๆ มองไปทางไหนก็พบแต่ทางตันอีกกลายเป็นปัญหาของเงินขาดมือที่จะต้องรีบหา ทางแก้ไขโดยด่วน

002

ทางออกเมื่อหาเงินมาจ่ายหนี้ในแต่ละเดือนไม่ทัน

เมื่อเงินที่เคยมีใช้หนี้อยู่ทุกเดือนต้องชะงักหรือชักหน้าไม่ถึงหลัง พยายามอย่าหนีหนี้และอย่าหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ และไม่ควรจะสร้างหนี้เพิ่ม ที่สำคัญจะต้องประหยัดให้มากที่สุด และควรซื้อแต่สิ่งของจำเป็นจริงๆ อย่าเพิ่งรีบซื้อข้าวของเครื่องใช้ ที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะคุณเองก็คงไม่สะดวกแน่นอน และควรหันมาพยายามใช้จ่ายด้วยเงินสด เพราะจะทำให้หนี้บัตรเครดิต ไม่งอกหรือเพิ่ม และหากต้องการให้ตัวเองหลุดจากวังวนของการเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้อื่นๆ หากจ่ายหนี้หมดสิ้นแล้วก็ไม่ควรเป็นหนี้ หรือผ่อนอะไรต่อ เพราะอยากได้อะไรให้ค่อยๆ เก็บเงินซื้อจะดีกว่า และต้องใช้อย่างมีสติด้วยอย่าลืมว่าช่วงที่เป็นหนี้คุณมีความรู้สึกทุกข์เพียงใด และอยากจะกลับไปเช่นนั้นอีกหรือ?

 

แก้ปัญหาเพื่อปลดหนี้แบบชิลๆ

นอกจากจะไม่สร้างหนี้เพิ่มแล้ว การจดบันทึกรายรับรายจ่าย ควรจดอย่างละเอียดทั้งนี้เพื่อทำให้รู้ถึงสถานการณ์ ทางการเงินของตัวเองและเมื่อมีการบันทึกเป็นประจำ ในบันทึกจะฟ้องว่าคุณจ่ายอะไรไปบ้าง หรือซื้ออะไรที่ไม่เป็นประโยชน์บ้าง และอะไรเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นก็ให้ตัดทิ้งไปได้ ที่สำคัญพยายามกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อมาทำการจ่ายหนี้ให้มากที่สุดในแต่ละเดือน หากยังมีหนี้หลงเหลืออยู่ ให้เช็คดูว่าหนี้ของอไรที่มากที่สุด หรือดอกเบี้ยมากที่สุด ก็ให้ปลดหนี้ก้อนใหญ่ให้หมดก่อน และหากชำระหนี้บัตรเครดิตแบบเต็มวงเงินแล้ว ยังมีเงินเหลือพอที่จะดำรงชีวิตต่อไปในแต่ละเดือนหรือไม่ พยายามกัดฟันจ่ายหนี้บัตรที่มียอดหนี้มากที่สุดก่อนจะได้ไม่ต้องใช้หนี้กันยาวนาน หรือมีเมื่อไหร่ก็ค่อยรีบมาโปะเพิ่ม แต่หากใช้หนี้แล้วเหลือเงินไม่พอใช้ ลองรีไฟแนนซ์เพื่อทำการยืดหนี้ออกไป แต่อย่าพยายามไปตกหลุมพรางหาแหล่งเงินกู้ที่ดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้เก่าเด็ดขาด เพราะนอกจากไม่ช่วยแล้วยังเพิ่มหนี้ของคุณให้มากเข้าไปอีก ทางออกที่จำเป็นอาจจะเป็นทางเลือกสุดท้ายก็คือ จะต้องหารีไฟแนนซ์ที่มีดอกเบี้ยต่ำ จะช่วยให้ผ่อนหนี้ได้ดีแล้วยังมีเงินเหลืออีกด้วย แต่อาจจะต้องเป็นหนี้นานขึ้นกว่าเดิมควรเลือกดูข้อมูลและดอกเบี้ยให้ดีก่อนการทำรีไฟแนนซ์

 

ทางออกสุกท้ายของการแก้ปัญหาหนี้สิน

การมีหนี้สินสามารถจัดการได้หลายวิธี หากตั้งสติและใจเย็นๆ พยายามมองหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนสวัสดิการพนักงาน หรือสหกรณ์ บริษัทที่ทำงานอยู่ รวมถึงการหันหน้าไปพึ่งพาคนในครอบครัว หรือญาติก็เป็นอีกทางหนึ่ง ที่สำคัญคุณจะต้องวางแผนเรื่องการเงิน และจะต้องปรับโครงสร้างหนี้สิน ด้วยการติดต่อเจ้าหนี้บัตรเครดิต เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ โดยการทำสัญญาใหม่ที่จะรวมเงินต้น ดอกเบี้ย เพื่อทำการปรับทั้งหมดฯลฯ ข้อดีคือจะสามารถช่วยยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป แต่หากคุณติดทั้งหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อาจทำเรื่องเสนอให้รวมหนี้มาเป็นยอดเดียวกัน ในกรณีมีเจ้าหนี้แหล่งเดียวกัน และคิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าเดิม แต่หากไม่มีเงินจ่ายหนี้หลายๆ ตัว ก็ไม่ควรปรับโครงสร้างหนี้ เพราะถ้าผิดนัด อาจถูกอายัดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือนได้

 

การวางแผนเพื่อใช้จ่ายและลดหนี้ทางสภาพการเงิน

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการจัดการให้หนี้ของคุณที่มีอยู่หายไปโดยเร็ว การที่คุณเป็นหนี้แล้วสามารถปลดหนี้หมดได้อาจจะต้องใช้กำลังใจและความอดทน ซึ่งคำว่าเงินอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน แต่เมื่อมีเงินแล้วก็ต้องรู้จักแยกแยะให้ได้ว่าระหว่างการอยากได้กับความจำเป็น อะไรคือสิ่งที่สำคัญกว่า และก่อนจะใช้เงินเพื่อซื้อของแต่ละชิ้น จะต้องรู้สถานการณ์การเงินของคุณได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเงินสด หรือตัวเลขในบัญชี เงินในบัตรเครดิต รวมถึงใบแจ้งหนี้และ ยอดชำระ ที่สำคัญคือ การวางแผนการใช้จ่ายเงินแต่ละเดือน กับการตั้งเป้าหมายว่าอยากจะได้อะไรและสิ่งที่ต้องการนั้นมีความจำเป็นแค่ไหน ซึ่งหากคำนวณดูแล้ว คุณสามารถผ่อนจ่ายได้โดยที่ไม่เดือดร้อน ก็สามารถจัดการได้ และอย่าลืมว่า คุณไม่ได้ใช้เงินซื้อของเพียงแค่อย่างเดียว หากแต่ยังมีของกินของใช้ที่จำเป็น รวมถึงค่าเช่า หรือการผ่อนต่างๆ ที่คุณเองก็จะต้องเริ่มทำบันทึกการเงินตั้งแต่วันนี้ เพื่อป้องกัน และสงสัยภายหลังว่าเงินฉันหายไปไหนหว่า? ซึ่งหลังจากที่วางแผนเรื่องรายจ่ายและการเงินแล้ว การให้รางวัลตัวเองด้วยการออมก็ถือเป็นการเก็บเงินอีกอย่างหนึ่งนั่นเอง

https://moneyhub.in.th

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)