ทำความรู้จักกับ “โรคเครียด”

เมื่อพบเจอกับสถานการณ์อะไร ไม่คุ้นชิน ทำให้เราต้องปรับตัวใหม่ ระหว่างนั้น อาจทำให้ เราเกิดอาการเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเรียน ปัญหาชีวิต หรือเรื่องอื่นๆ ที่เข้ามาพร้อมๆ กันทีเดียว ส่งผลให้เกิดอาการตึงเครียด หาทางออกไม่เจอ แล้วก็เริ่มมีอาการซึมเศร้า จนส่งผลกระทบ ต่อหน้าที่ การงาน และชีวิตส่วนตัว อาการแบบนี้ก็เข้าข่าย การเป็น “โรคเครียด” ได้

และสาเหตุที่คนในปัจจุบัน มีภาวะความเครียดมากขึ้น ก็เนื่องมาจากการใช้ชีวิต ที่มีความเร่งรีบ กดดัน และแข่งขันกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่ในวัยทำงาน หนุ่ม สาว ออฟฟิศ จะเป็นมากกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่าจะต้องตื่นเช้า ส่งลูกไปเรียน ไปทำงาน เจอความเครียดในที่ทำงาน ทะเลาะกับลูกค้า โดนเจ้านายด่า หรือว่ามีปัญหากับคนใครอบครัว และอีกหลายปัญหาที่ถาโถมเข้ามา สุดท้าย ก็กลายเป็นโรคเครียดโดยไม่รู้ตัว

ผู้ที่มีความเครียดเป็นอย่างไร

คนที่เกิดความเครียด มักจะนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ส่วนสภาะวะทางอารมณ์ ก็มีความแปรปรวนอย่างเห็นได้ชัด โกรธง่าย มีความกังวล ร้องไห้บ่อย ซึมเศร้า กัดเล็บ ดึงผมตัวเอง แล้วก็อาจจะมีพฤติกรรม ที่ผิดปกติไปจากแต่ก่อน ก็คือ ติดเหล้า บุหรี่ ไม่ออกไปสุงสิงกับใคร เก็บตัวอยู่ในห้อง

อาการของโรคเครียด

อาการที่บ่งบอก ว่าเรากำลังจะเป็นโรคเครียดก็คือ รู้สึกวิตกกังวล มากเกินปกติ คิดมากทุกเรื่อง มีอาการนอนไม่หลับ ใจสั่น ตื่นเต้นง่าย ตกใจง่าย เหงื่อออกมากผิดปกติ ปวดศีรษะ แน่หน้าอก แน่นท้อง ชาตามตัว และอาการอื่นๆ อีก

ถ้ารู้ตัวว่าเกิดความเครียด ควรทำอย่างไร

พยายามหากิจกรรมอะไรทำ เพื่อเป็นการดึงความสนใจ ไม่ให้กลับไปคิดเรื่องที่เครียด เช่นการทำงานบ้าน ดูทีวี อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอะไรก็ได้ ที่ทำให้เลิกคิดเรื่อง ที่ทำให้เกิดความเครียด ถ้าอ่านหนังสือ หรือดูทีวี แล้วสมองยังวกกลับไปคิดเรื่องนั้นอยู่ ก็ควรหาวิธีอื่น คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในภาวะเครียด มักจะคิดหาทางออกไม่ได้ ควรหาคนที่ไว้ใจ แล้วพูดคุยปรึกษา ถ้าคนๆนั้น ไม่สามารถหาทางออกให้กับเราได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นการ ระบายความเครียดอย่างหนึ่ง ลองเก็บเอาปัญหานั้นไว้ก่อน แล้วค่อยมาคิดหาทางออกอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น อาจจะเจอทางออกที่ดีก็ได้

คนที่รู้ตัวว่าเครียด ก็ควรหาวิถีทางในแก้ปัญหา ที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่รู้สึกว่าปัญหาที่ตัวเองได้รับ มันมากมาย เกินกว่าที่ตัวเราจะแก้ด้วยตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ที่นับวันจะเพิ่มปัญหา รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนั้น ก็ควรไปพบจิตแพทย์ เพื่อหาทางออก หรือใช้ยาเข้าช่วย ไม่ควรคิดว่าเราเข้าพบจิตแพทย์ เป็นเรื่องน่าอาย การปล่อยให้อาการแย่ลงเรื่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน และบุคคลรอบข้าง เป็นผลเสียมากกว่านั้นอีกหลายเท่า

โรคเครียด สามารถแบ่งตามลักษณะอาการได้ตามนี้

โรควิตกกังวล

โรควิตกกังวลนี้ มักพบเป็นภาวะเรื้อรัง ซึ่งปรากฎอาการ ในรูปแบบของการวิตกกังวล เล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป้นสภาวะการไม่พึ่งพอใจต่อสิ่งต่างๆรอบๆตัว โดยไม่สามารถระบุสาเหตุได้ หรือรู้สึกว่าควบคุม และหลีกเลี่ยงไม่ได้  โดยสามารถกำเริบขึ้นมา เมื่อมีความเครียดสูงขึ้น

โรคกลัว

เป็นภาวะการกลัวอะไรซักอย่าง โดยไม่มีเหตุผล เนื่องจากภาวะความเครียดที่สะสมมา เช่นการทำงานอะไรซักอย่างหนึ่ง แล้วทำพลาดไป จากนั้นก็จะไม่กล้าทำงานแบบนั้นอีก เป็นต้น

โรคย้ำคิดย้ำทำ

เป็นอาการที่คิดในลักษณะซ้ำๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถึงแม้จะพายามตัดความคิดนั้นออกไป แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะความคิดที่ว่า เกิดขึ้นมาเอง และไม่สามารถควบคุมมันได้ เช่น การเปิดปิดประตูบ่อยๆ เดินหน้า ถอยหลัง ล้างมือบ่อยๆ สาเหตุนั้นมาจากความเครียด และความกลัว

โรคแพนิค

บางครั้งจะเรียกโรคนี้ว่า “โรคหัวใจอ่อน” หรือ “ประสาทลงหัวใจ”  แต่แท้ที่ตริงแล้ว โรคนี้ไม่มีปัญหาอะไรกับหัวใจ และไม่เป็นอันตรายด้วย นอกจากว่า จะมีอาการหัวใจเต้นแรง อึดอัด แน่นหน้าอก มือเย็น มือชา วิงเวียนศีรษะ ตอนที่มีอาการเหล่านี้ คนที่เป็นมักรู้สึกกลัว ว่าตวเองกำลังจะตาย กลัวเป็นโรคหัวใจ จนบางรายอาจเครียด จนทำให้เป็นบ้าไปเลยก็ได้ โดยอาการเหล่านี้จะค่อยๆเกิดขึ้น และแสดงอาการเต็มที่ประมาณ 10 นาที และอยู่แบบนั้นไปซักระยะหนึ่ง แล้วก็จะหายไปเอง ในเวลาประมาร ครึ่งชั่วโมง แต่คนที่เป็นมักรู้สึกกังวล ว่ามันจะกลัมมาเป็นอีก อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นที่ไหน และเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้น เราควรสังเกต และหาเหตุผลว่าอะไร เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ และส่วนใหญ่คนที่มีปัญหานี้ ก็จะไปโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา เมื่อผลออกมาก็จะไม่พบความผิดปกติ แล้วก็พาลให้ไม่เชื่อหมอท่านนั้น แล้วก็จะไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นเรื่อยๆ และเมื่อได้รับคำตอบมาในรูปแบบเดียวกัน ก็จะกังวลมากขึ้นไปอีก อาการแบบนี้เรียกว่า อาการแพนิค หรือแปลตรงตัวว่า “ตื่นตระหนก” นั่นเอง

โรคเครียดที่มีอาการทางกาย

เป็นโรคที่ไม่ใช่โรค เนื่องจากไม่ได้แสดงความผิดปกติออกมา เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไม่สดใส อาการของคนที่เป็นแบบนี้ จะเหมือนกับคนเบื่อโลก ไม่อยากทำอะไรซักอย่าง เป็นผลมาจากความเครียดที่สะสมมา จึงแสดงอาการดังกล่าว แต่คนที่เป็นกลับคิดว่าตัวเองไม่ได้ป่วย หรือผิดปกติอะไร

โรคเครียดภวังค์

อาการของโรคก็เหมือนกับชื่อ  คือหลงอยู่กับความคิดของตัวเอง ดวงตาเหมอลอย ไม่รับรู้ความเป็นไปของโลกภายนอก รู้สึกว่าเหมือนตัวเองอยู่อีกโลกหนึ่ง การใช้ชีวิต และการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น เปลี่ยนเพื่อสนิทบ่อย เปลี่ยนแฟนบ่อย มีการออกเสียง หรือสำเนียงเปลี่ยนไป มีอาการซึมเศร้าเป็นๆ หายๆ และมีปัญหาเรื่องการนอนหลับด้วย
คนที่เป็นโรค ที่เกิดจากความเครียด จะส่งผลต่อคนที่อยู่รอบข้างด้วย  โดยจะมีมนุษยสัมพันธ์แย่ มีความสับสนในตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองชอบ หรือไม่ชอบอะไร มีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน และถ้าไม่ไปให้หมอรักษา ก็อาจมีอาการอื่นๆ อีกได้ และบางครั้งก็ยังตรวจหาสาเหตุไม่พบ ทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่ไปเรื่อยๆ

 

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)