วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้จากไรฝุ่น เมื่อใกล้ถึงหน้าหนาว

เมื่อเริ่มจะเข้าสู้ช่วงหน้าหนาว สาวๆ หลายคนก็รู้สึกลั้นลา พากันขนเสื้อหนาวที่เก็บไว้ในกล่องตั้งแต่เมื่อปี หรือหลายปีที่แล้วออกมาใส่ หรือบางคนอาจกำลังมีแพลนจะไปเที่ยวพักผ่อนสุดชิลที่เมืองหนาว โดยแค่ใช้วิธีการสะบัดฝุ่นหน่อย แล้วก็ใส่เลย … แต่เดี๋ยวก่อนนะ การทำแบบนั้นอาจทำให้เราเกิดผดผื่นคัน แดงทั่วตัวไปเลยก็ได้

วาเหตุที่ทำให้เป็นแบบนั้น ก็เพราะเนื้อผ้าของเนื้อกันหนาว ก็มีส่วนทำให้ผิวหนังเราเกิดการระคายเคืองมากกว่าเสื้อที่เราใส่แบบปกติอยู่แล้ว เพราะมีความหนา และเป็นตัวอมฝุ่นและเชื้อโรคต่างๆ ไว้ในปริมาณมากกว่าปกติอยู่แล้ว ยิ่งการเก็บเอาไว้หลายเดือนทำให้เชื้อโรคมีมากขึ้น กลายเป็นผื่นแพ้ลุกลามใหญ่โต จนถึงขั้นติดเชื้อเลยก็เป็นได้

news.com.au

เคล็ดลับในการขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นในเสื้อผ้า เมื่อใกล้หน้าหนาว
  1. แช่แข็งเสื้อผ้ากันหนาวและแจ็คเก็ตในถุงพลาสติกทิ้งไว้ข้ามคืน ก่อนซักและตากเสื้อกันหนาวนั้น กลางแดดจัดก่อนการใส่จริง ทั้งนี้เพื่อกำจัดไรฝุ่นที่อยู่บนตัวเสื้อ มาตลอดระยะเวลาหลายเดือนก่อนถึงฤดูหนาว
  1. ตากเสื้อกันหนาวกลางแดดเอาไว้อย่างน้อย 4 ชั่วโมง เพื่อฆ่าไรฝุ่นและลดสภาวะการฝักตัวของไรฝุ่นบนเสื้อกันหนาว โดยเฉพาะคนที่มีเด็กอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา ควรดูแลเรื่องเสื้อผ้าท่อนบนเป็นพิเศษ เพราะผิวของเด็กจะสัมผัสถูกเสื้อของเรามากกว่าบริเวณอื่น
  1. สำหรับเสื้อกันหนาวที่ซัก อบแห้ง หรือตากแดด ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้เก็บในถุงพลาสติกให้มิดชิด ก่อนเก็บใส่ในตู้เสื้อผ้า ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เชื้อโรคและไรฝุ่นเข้าไป หรือให้เข้าได้น้อยที่สุด
  1. ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า พยายามอย่างให้มีไรฝุ่นสะสมอยู่ในตู้เสื้อผ้า วิธีทำความสะอาดที่เหมาะสมก็คือ ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นดูด และเช็ดฝุ่นเป็นประจำ เพื่อเป็นการลดความชื้นและกำจัดมูลของไรฝุ่น และยังเป็นการกำจัดเชื้อราซึ่งเป็นอาหารของตัวไรฝุ่นด้วย
  1. เก็บเครื่องนอน และผ้าห่มในที่แห้ง หรือในตู้ที่ปิดมิดชิด เนื่องจากโดยปกติแล้วเชื้อโรคและไรฝุ่นมักจะเจริญเติบโตได้ดีในที่อับ และมีความชื้นสูง
  1. เลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดเชื้อโรค และไรฝุ่นได้ โดยน้ำที่สามารถขจัดไรฝุ่นได้จะต้องมีอุณหภูมิมากกว่า 60 องศาขึ้นไป แต่สำหรับการซักผ้าตามปกติจะใช้น้ำที่มีอุณหภูมิเพียง 30-40 องศาเท่านั้น จึงต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่สามารถขจัดเชื้อไรฝุ่นได้ดียื่งขึ้น

ขอบคุณรูปภาพจาก: scstylecaster.wordpress.com, news.com.au

ถูกใจเรื่องนี้ ช่วยแชร์ด้วยนะคะ (^人^)